Browsing all articles tagged with wet n wild Archives | Planet2go.COM

วันนี้ขอมารีวิวลิปสติกยอดนิยม Wet n Wild กันนะคะ ตอนนี้มีวางขายที่เคาน์เตอร์ในไทยแล้ว ที่ Tops Super Market สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว กับที่ Watson เดอะมอลล์บางกะปิ โดยราคาจะอยู่ที่แท่งละ 199 บาท จากที่เดินสำรวจมาหลายรอบสียอดนิยมจะหมดเร็วมาก แล้วที่เคาน์เตอร์จะเละมากๆ เพราะลองกันกระจายไม่น่าซื้อเลย แอดฯเลยตัดสินใจซื้อกับแม่ค้าร้านหิ้วเจ้าประจำนะคะ ได้มาในราคา 170 บาท แอบร้องไห้เมื่อไปเจอเคาน์เตอร์ที่ Eve n Boy สาขาสยามแสควร์ขายถูกกว่าอีก ถ้าจำราคาไม่ผิดน่าจะประมาณ 159 บาท แถมมีให้เลือกหลายสีแล้ว stock ก็เยอะมากๆ

Wet n Wild Lipstick - Think Pink and Just Peachy

Wet n Wild Lipstick – Think Pink and Just Peachy

 

Wet n Wild Lipstick ราคา 170 บาท ปริมาณ 3.3 g (#Think Pink, #Just Peachy)

901B-Think Pink vs 903C-Just Peachy

901B-Think Pink vs 903C-Just Peachy

#Think Pink vs #Just Peachy

#Think Pink vs #Just Peachy

สีที่แอดฯสอยมาคือ Think Pink & Just Peachy ค่ะ หายากมากๆสำหรับสี Everyday Look นะคะ ดูจากรูปแอดฯหมุนด้ามขึ้นมาสุด เพื่อให้เห็นเนื้อทั้งแท่งเลย ใช้กันจนลืมเลยทีเดียว ยามปาดลงบนปากสีหนัก เป๊ะตามแท่งเลย แต่แอบแห้งนิดนึง ควรลงลิปบาล์มก่อนแล้วทาจะให้ look ปากอิ่มๆ สีแน่นๆ ดีค่ะ เนื้อลิปสติกค่อนไปทาง Matte สีติดทนนานดี ส่วนตัวคิดว่ากลิ่นแย่มาก กลิ่นจะเหมือน Wet n Wild Mega Last (สี Red my Mind) ที่เคย Review ไว้คลิ๊กที่นี่เลย แต่ไม่แรงเท่า พอได้นะ ตัว packaging ไม่ดีเลย ใช้พลาสติกคุณภาพไม่ดีเท่าไร แล้วเวลาเปิดปิดต้องคอยระวังไม่ให้เนื้อลิปสติกโดนกับฝา แต่ถ้าใช้จนเนื้อมันกุดเข้าไปด้านในเวลาเปิดปิดก็ไม่มีปัญหาเท่าไร และอีกอย่างคือเจ้าลิปรุ่นนี้ Made in China นะคะ คือผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของ Wet n Wild จะทำที่จีนเกือบหมด บางทีจะ print เป็น Made in China (ตัวเล็กมากถึงมากที่สุด) และ Made in PRC (PRC = People Republic of China) บอกเพื่อนๆ ไว้เป็นข้อมูลค่ะ

ถ้าเพื่อนคนไหนสนใจอยากลองใช้ลิปสติกตัวนี้ แนะนำว่าให้ไปที่ Eve n Boy ดีกว่านะคะ ของเยอะมาก มีให้ swatch แบบสะใจ ส่วนภาพด้านล่างแอดฯ swatch ให้ดูสองแบบกันเลยค่ะ ขอบคุณที่แวะเข้ามาชมเพจกันนะคะ วันนี้แอดฯไปก่อนค่ะ บายๆ

#Think Pink vs #Just Peachy swatches

#Think Pink vs #Just Peachy swatches

#Think Pink vs #Just Peachy swatches

#Think Pink vs #Just Peachy swatches

รีวิว & ราคา Wet n Wild Haul – May 2014  (Eye shadow Palette, Blusher, Concealer Palette)

Wet n Wild ทั้งหมดที่ได้มาซื้อมาจาก Tops Super Market สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว (ใต้ดิน) นะคะ ราคาแม่ค้าหิ้วแพงกว่าประมาณ 50-100 บาท แล้วที่เคยบอกไว้คือใน Tops เค้าจะมีให้ swatch ตามใจชอบเลยถ้าเพื่อนๆ ว่างก็ไปแวะชมกันได้ค่ะ

Wet n Wild Haul - May 2014

Wet n Wild Haul – May 2014

Wet n Wild Eye Shadow Coloricon 6 colors

Wet n Wild Eye Shadow Coloricon 6 colors

 

Wet n Wild Color icon Eye Shadow Palette – E738 Comfort Zone (ราคา 299 บาท, ปริมาณ 8 g)

ในพาเลทนี้จะออกโทรสีน้ำตาล ใช้เป็น everyday look ได้ เนื้ออายแชโดว์สีใช้ได้เลยทุกตัวยกเว้น ตัวที่เป็น Browbone color เพราะถ้าเทียบจากการ swatch กับเนื้อของพวก Naked แล้วเนี่ยสีมันจะอ่อนมากๆ นอกนั้นเม็ดสีใช้ได้เลยค่ะ ตัวที่โดดเด่นน่าจะเป็นเบอร์ 8 (ในภาพ) จะเป็นสี Dual Chrome มีเหลือบรุ้งๆ ด้วย สวยมากค่ะ โดยเค้าแบ่งประเภท look เอาไว้ตามสีที่เอามา mix & match คือ

Wet n Wild Eye Shadow E738 Comfort Zone

Wet n Wild Eye Shadow E738 Comfort Zone

 

Sweet Look : ทาเฉพาะเบอร์ 1  (แถวสองคือเบอร์ 5)

Flirty look : 1+2   (แถวสองคือ 5+6)

Dramatic Look : 1+2+3  (แถวสองคือ 5+6+7)

Wild Look : 1+2+3+4  (แถวสองคือ 5+6+7+8)

Wet n Wild Eye Shadow E738 Comfort Zone

Wet n Wild Eye Shadow E738 Comfort Zone

 

Wet n Wild Color icon Eye Shadow Palette – E736 Petal Pusher (ราคา 299 บาท, ปริมาณ 8 g)

ตามชื่อพาเลท สีจะออกแนว pastel นะคะ โดยมันให้ look หวานๆ โรแมนติกๆ โดยสีที่แปลกๆ น่าจะเป็นเบอร์ 1 swatch ออกมาทีแรกมันเป็นผงๆ พอทาดูแล้วมันมีเหลือบๆ สวยดีเหมือนกัน แต่เสียที่เป็นแป้งมากเกินไปอีกสีที่ชอบก็จะเป็นเบอร์ 6 กับ 8 โดยเบอร์ 6 สีแปลกดีตัวแอดมินไม่เคยมีสีโทนนี้ แล้วเบอร์ 8 palette นี้เป็นอะไรที่ใช้แทน blackout ของ Naked 2 ได้เลยนะคะ โดยรวมแล้วตัว Eye Shadow Palette ของ Wet n Wild นี่คุ้มค่าคุ้มราคาดี ถึงแม้ว่าบางตัวจะเม็ดสีไม่จัด แต่ด้วยในราคาระดับนี้ถือว่าโอเคแล้วค่ะ

Wet n Wild Eye Shadow E736 Petal Pusher

Wet n Wild Eye Shadow E736 Petal Pusher

Wet n Wild Eye Shadow E736 Petal Pusher

Wet n Wild Eye Shadow E736 Petal Pusher

 

Wet n Wild Color icon Blusher – E831E, E832E (ราคา 199 บาท, ปริมาณ 4 g)

เดิมทีแอดเคยรีวิวสี E831E Pearlscent Pink ไปแล้ว รอบนี้ไปถอยอีกเบอร์นึงมาคือ E832E Heather Silk โดยตัวนี้จะไม่มีวิ้งเหมือนตัว Pearlscent Pink ค่ะ สีชมพูสวย เม็ดสีจัด เหมาะแก่การพกพา เพราะมีแปรงมาให้ด้วย แนะนำให้ปัดแต่น้อยนะคะ เพราะสีจัดมาก (รีวิวสี E831E Pearlscent Pink)

 

Wet n Wild Blusher

Wet n Wild Blusher

Wet n Wild Blusher E831E, E832E

Wet n Wild Blusher E831E, E832E

 

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette – E61462 (ราคา 249 บาท, ปริมาณ 6.5g)

เคยดูในรีวิวของต่างประเทศแล้วอยากได้มากๆ แม่ค้าก็ไม่ค่อยหิ้วมาขาย หรือมีขายแต่แอดไม่รู้หรือเปล่าอันนี้ก็ไม่แน่ใจนะคะ พอมีวางขายในไทย ก็เลยไม่ลังเลที่จะซื้อมาใช้เลย เพราะมันคุ้มมากเป็นทั้ง concealer, brightener และ highlight โดยเรียงคุณสมบัติตามเบอร์ดังนี้ค่ะ

1 – Brightens  เอาไว้ใช้ใต้รอบดวงตา

2 – Neutralizes ใช้กลบรอยแดง รอยสิว จุดด่างดำ

3 – Highlights ใช้ตรงใช้คิ้วหรือ Browbone และสันจมูก

4 – Covers ใช้ปกปิดรอยด่างดำหรือรอยสิว

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette Swatches

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette Swatches

 

Wet n Wild Megalast Liquid Lip Color – E921A Red my mind (ราคา 139 บาท, ปริมาณ 6.8ml)

เค้าเคลมว่าสีติดทนนานถึง 8 ชม. พร้อมเม็ดสีเข้มข้น ช่วยบำรุงริมฝีปาก คือมันเป็นเนื้อแมท แล้วมันก็แห้งมากๆ คืออาจเป็นคนที่ริมฝีปากแห้งง่ายอยู่แล้ว พอทาเจ้าตัวนี้ไปรู้สึกว่ามันแห้งเหมือนถูกสต๊าฟปากเอาไว้เลย กลิ่นก็ไม่โอเคนะคะ กลิ่นเหมือนกาวหลอดอ่ะค่ะ ตัว applicator หรือแปรงทาที่มากับลิปสติกนี่ ทาง่ายดี ในรูปคือทาโดยที่ไม่ได้ลงลิปไลน์เนอร์ใดๆเลย ก็ด้วยฝีมือบ้านๆแบบแอดมินใช้ applicator ที่ให้มาทาออกมาได้ขนาดนี้ก็โอเคอยู่นะ 55 ส่วนเรื่องเม็ดสี ติดทนนานมากๆ แต่อย่างที่บอกว่าแอบแห้งไปหน่อย คงใช้ควบคู่กับ lip balm ดีกว่าแต่ความติดทนอาจลดลง พอรับได้ค่ะ

Wet n Wild Liquid Lip Color - E921A Red my mind

Wet n Wild Liquid Lip Color – E921A Red my mind

Wet n Wild Liquid Lip Color - E921A Red my mind

Wet n Wild Liquid Lip Color – E921A Red my mind

 

 

รีวิว & ราคา แป้ง Cezanne, Rimmel Stay Matte, Catrice All Matt, Wet n Wild Coverall

วันนี้ขนกรุ Drugstore Brand มากันเลยนะคะเพื่อนๆ จะมีบางตัวที่ดังมากๆ กับตัวที่แอดมินทดลองซื้อมาใช้ดูเล่นๆ เผื่อว่าจะเจอของดีราคาไม่แพง งั้นเราไปดูกันเลยค่ะ

Cezanne, Rimmel, Wet n Wild, Catrice

Cezanne, Rimmel, Wet n Wild, Catrice

Cezanne, Rimmel, Wet n Wild, Catrice

Cezanne, Rimmel, Wet n Wild, Catrice

 

Cezanne UV EX Plus – #EX1, #EX5 (ราคารีฟิล 330 บาท, ราคาตลับรุ่น limited edition 300 บาท, ปริมาณ 11g)

เนื่องด้วยความงกของแอดมินเองครั้งแรกซื้อแป้งเซซานมาแบบรีฟิล ไม่ยอมซื้อตลับแป้งเพราะไม่คิดจะพกพานะคะ เลือกซื้อมาเป็นเบอร์ EX1 ใช้ปัดตอนเช้าหลังลงรองพื้น ใช้จนหมดถาดเลย พอไปเดินวัตสันเห็นเค้าออกตลับรุ่น limited edition ซึ่งจะมีสองลายเป็นชมพูกับฟ้า ตัวแอดมินเลือกสีฟ้ามาเพราะลายดอกบนตลับสวยกว่า แต่ดันจำเบอร์ผิดเลือกแป้งรีฟิลมาเป็นเบอร์ EX5 คือมันออกเหลืองมากๆ พอทาบนหน้าแอดแล้วรู้สึกว่าเหลืองไปหมด โดยผิวของแอดออกขาวเหลืองแต่จะชอบทาแป้งที่หน้าออกขาวเนื้อหรือค่อนไปทางอมชมพูเล็กน้อย เนื้อแป้งเซซานดีสำหรับคนที่ต้องการปกปิด light to medium นะคะ ส่วนตัวใช้แล้วหน้าไม่ว่อกเวอร์ เนื้อไม่หนาดูเป็นธรรมชาติ คุมมันอยู่ได้แค่ประมาณ 4-5 ชม. แป้งจะเริ่มหายไปรอยสิวอะไรก็จะเห็นชัดขึ้น แต่พอซับหน้าแล้วลงใหม่ก็กลับมาเนียนเหมือนเดิม มันขึ้นอยู่กับว่าลงมากลงน้อยด้วย เพราะแป้งเซซานมัน Buildable ได้ดีค่ะ ประกอบด้วยราคาไม่แพง แล้วเวลาทามันก็ไม่ powdery หกเลอะเทอะเหมือนบางยี่ห้อ ถ้าเทียบกับ Maybelline Clear Smooth ของ Cezanne นี่จะไม่ cakey นะคะ ยกให้ 4/5 ดาวไปเลย

Cezanne Limited Edition Packaging

Cezanne Limited Edition Packaging

Cezanne Limited Edition Packaging

Cezanne Limited Edition Packaging

Cezanne UV EX Plus #EX1, #EX5

Cezanne UV EX Plus #EX1, #EX5

 

Wet n Wild Coverall Pressed Powder – #E824B Light/Medium (ราคา 1xx บาท, ปริมาณ 7.5g)

ต้องขออภัยที่จำราคาไม่ได้นะคะ ราคาน่าจะเกิน 150 บาทซื้อที่บูทใน Tops Super Market สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่ง Wet n Wild เพิ่งจะมาตั้งบูทค่ะ ตอนนี้ Tops พัฒนาทำเหมือน Sephora เลยมีเคานท์เตอร์ให้ swatch หลากหลายแบรนด์ สะใจมากๆ เหตุผลที่ซื้อแป้งตัวนี้มาคืออยากจะหาแป้งที่ไม่มีรองพื้นมาปัดระหว่างวันนะคะ เพราะรู้สึกเวลาเอาแป้งที่ผสมรองพื้นตบระหว่างวันมัน cakey มากๆ ไม่ชอบเลย พอได้ wet n wild ตัวนี้มาลองใช้ปัดโดย kabuki brush พบปัญหาคือมันเป็นฝุ่นกระจัดกระจายไปหมด แล้วมันก็มีรองพื้นผสมอยู่ด้วย แล้วถามว่าคุมมันไม๊ ไม่คุมค่ะ ปกปิดไม๊ขึ้นอยู่กับวิธีที่ลงแป้งนะคะ ถ้าปัดด้วยคาบูกิก็จะได้ look ไม่หนาอยู่แล้ว แต่ถ้าตบตัวพัฟก็ปกปิดได้ดีพอสมควรค่ะ แต่ให้ลุ๊กหนาไป สรุปข้อเสียคือไม่คุมมัน แป้งฟุ้งกระจาย ข้อดีคือราคาถูกค่ะ ลืมบอกเรื่องกลิ่น กลิ่นมันเหมือนนมอัดเม็ดเลย 555 ถ้าใครคิดว่าไม่ชอบนมอัดเม็ดละก็ ผ่านยี่ห้อนี้ไปได้เลย  ให้ 2/5 ดาวค่ะ

Wet n Wild Coverall Pressed Powder - #E824B Light/Medium

Wet n Wild Coverall Pressed Powder – #E824B Light/Medium

Wet n Wild Coverall Pressed Powder - #E824B Light/Medium

Wet n Wild Coverall Pressed Powder – #E824B Light/Medium

 

Catrice ALL MATT – #015 Natural Beige (ราคา 185 บาท, ปริมาณ 10g)

เค้าเคลมว่าของเค้าเป็นเนื้อแบบซาติน-แมท คุมมัน และ oil free ตัวแป้งมีกลิ่นจางๆ เนื้อจะแข็งกว่าของ Wet n Wild ให้ความรู้สึกเป็นแป้งอัดแข็งมากกว่า ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่ามากๆ เพราะมันบางเบามากกว่าค่ะ packaging พกพาง่าย ตัวแป้งพิมพ์ลายเก๋ดี ผลลัพท์หลังจากได้ลองใช้ ตบระหว่างวัน ก็คุมมันได้ระดับนึงประมาณ 3 ชม จมูกก็เริ่มมันแล้วนะคะ แต่มันให้ฟีลไม่ cakey ข้อดีของแป้ง catrice ตัวนี้คือมันมีสีให้เลือกเยอะมาก แต่ข้อเสียคือเวลาใช้ควรใช้แปรงปัดเท่านั้น ด้วยความที่เนื้อแป้งมันแข็ง เวลาใช้เป็นพัฟมันจะทำให้หน้าเราสีไม่สม่ำเสมอ เหมือนทาแป้งฝุ่นเด็ก และเนื้อแป้งในไลน์มีสีที่ขาวมากเกินไปสำหรับสาวเอเชีย นี่ขนาดตัวแอดมินเองเป็นคนผิวขาวอยู่แล้วยังรู้สึกว่า เบอร์นี้ก็ขาวไปค่ะ ให้3/5 ดาวค่ะ

Catrice ALL MATT - #015 Natural Beige

Catrice ALL MATT – #015 Natural Beige

Catrice ALL MATT - #015 Natural Beige

Catrice ALL MATT – #015 Natural Beige

 

Rimmel London STAY MATTE – #001 Transparent (ราคาหิ้ว 350 บาท, ปริมาณ 14g)

Rimmel นี่แม่ค้าเชียร์มากๆ ว่ามันคุมมันใช้ปัดระหว่างวัน ไอ้เราก็ไม่คิดจะซื้อเลย เพราะไม่แน่ใจว่าจะดีจริงหรือเปล่า แล้วมันก็ไม่มีสีให้ลองกับผิว ที่ตัดสินใจซื้อเพราะไปเจอสี #001 Transparent นี่ล่ะ เพราะมันน่าจะ transparent และไม่ออกว่อกเกินไป (ในความคิดตัวเองนะคะ) ตัว packaging นี่เป็นแบบฝาเปิดปิดเหมือนกระปุกอ่ะ ไม่ค่อยชอบเลย ถ้าฝาหายนี่จบเลยนะคะ กลิ่นไม่แรงแต่มันเป็นกลิ่นแป้งพัฟน่ะ เทียบแล้วของ Catrice จะกลิ่นอ่อนกว่ามากจนถึงแทบไม่มีกลิ่นนะคะ เนื้อแป้งขาวเลย เวลาทาลงบนผิวหน้าแล้วมันเนียนให้ look matt จริงๆ คุมมันได้ดีกว่า Wet n Wild & Catrice นะคะ ถ้าเปรียบเทียบกับ Cezanne เนี่ยน่าจะใช้คนละวัตถุประสงค์กัน ส่วนเรื่องราคานี่ขอบอกว่าแม่ค้าบวกเยอะพอสมควร ราคาในร้าน ฺBoots ที่ UK ตกแค่ £3.99 คิดเป็นเงินไทยก็น่าจะประมาณ 220 บาท แต่ถ้าริมเมลมาเปิดเคาน์เตอร์เมืองไทยเหมือน Wet n Wild เมื่อไร แม่ค้ามีหนาวล่ะค่ะ เพราะราคาเค้าตั้งแบบสมเหตุสมผลมากกว่า ให้ 3.5/5 ดาวค่ะ

Rimmel Stay Matte #001 Transparent

Rimmel Stay Matte #001 Transparent

Rimmel Stay Matte #001 Transparent

Rimmel Stay Matte #001 Transparent

 

สรุปแล้ว Cezanne ไว้ทาตอนเช้าเอาแบบ look เด้งๆแต่ไม่ cakey ติดทนนาน พอระหว่างวันก็ซับหน้าตามด้วย Rimmel Stay Matte แอดมินว่าสองตัวนี้ตอบโจทย์สุดแล้วค่ะ แถมราคาเอื้อมถึง แนะนำให้เพื่อนๆลองหาซื้อมาใช้ดูกันนะคะ ส่วนด้านล่างจะเป็น swatches ของแต่ละ product ลองเปรียบเทียบสีกันดูค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาชมเพจค่ะ วันนี้ลาไปก่อน บายบาย

Cezanne, Rimmel, Wet n Wild, Catrice

Cezanne, Rimmel, Wet n Wild, Catrice

 Business Contact : appleberrymail@yahoo.com

 

Search

Categories

Recent Posts

Recent Comments