Browsing all articles tagged with packaging Archives | Planet2go.COM

[REVIEW] Mistine Joops Color Rich Lip Tube ใหม่ล่าสุด

สวัสดีค่ะ แอดฯไปเห็นแคตตาล๊อกของมิสทีนมา แล้วก็ไปสะดุดตากับผลิตภัณฑ์ใหม่ แถมตะลึงในราคาของมิสทีนจู๊บส์มากๆ และหลังจากที่ได้ปาดๆบนปากก็ประทับใจในคุณภาพมากเลย ถ้าใครเป็นแฟนพวก liquid lip color นี่น่าจะจะรู้จักพวก Lip 3CE Lip Pigment(12,000 won) จากประเทศเกาหลี หรือ OCC Lip Tar จาก USA (16$) สองยี่ห้อนี้มาแรงมากๆ ถ้าแอดฯมีโอกาสสอยสองตัวที่บอกมาได้จะไว้มารีวิวให้ชมกันค่ะ สำหรับตัว OCC Lip Tar มีแม่ค้าเอามาแบ่งขายเยอะมากๆ ยังไงเพื่อนๆก็ดูร้านที่หน้าไว้ใจได้หน่อยนะคะ เพราะริมฝีปากเรานี่สำคัญมากค่ะใช้ลิปสติกไม่ดีอาจทำให้ปากดำได้ ไม่คุ้มกันเลย

Mistine Joops Color Rich Lip Tube ใหม่

Mistine Joops Color Rich Lip Tube ใหม่

Mistine Joops Color Rich – สี #3 #4 #8 (ปริมาณ 8g, ราคา 59 บาท)

Mistine Joops Color Rich Lip Tube (สีเบอร์ 3,4,8)

Mistine Joops Color Rich Lip Tube (สีเบอร์ 3,4,8)

Mistine Joops Color Rich Lip Tube (สีเบอร์ 3,4,8)

Mistine Joops Color Rich Lip Tube (สีเบอร์ 3,4,8)

 

 

ด้านหลังกล่อง ผลิตในประเทศไทย

ด้านหลังกล่อง ผลิตในประเทศไทย

ส่วนผสมหลักของ มิสทีน จู๊บส์

ส่วนผสมหลักของ มิสทีน จู๊บส์


จะเห็นได้ว่าตัว packaging ของทั้งสามยี่ห้อออกมา concept เดียวกันเลย (จากภาพด้านล่าง) ต้องใช้คู่กับพู่กันเท่านั้นขอย้ำ ไม่งั้นมันจะเยิ้ม และงานปากไม่เนี๊ยบสุดๆ สำหรับมิสทีนจู๊บส์ แอดฯสอยมาสามสีค่ะ โดยใน product line จะมีทั้งหมด 8 สี สนนราคาก็ไม่แพงเลย เน้น >>ถูกมาก<< แอดฯสอยมา 3 สีค่ะ ในราคาหลอดละ 59 บาท (ตามแต่โปรโมชั่นในแต่ละช่วงด้วยนะคะ บางทีซื้อสีเดียวกันสามหลอด ราคา 50 บาทเองล่ะ) ผลิตที่ประเทศไทยมั่นใจได้ในระดับนึง บางทีจะสังเกตุได้ว่าลิปสติกบางยี่ห้อแม้แต่ยี่ห้อดังๆ นั้นไปผลิตที่ประเทศจีน ซึ่งเค้าอาจจะมี QC แต่ก็รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรอ้ะค่ะ

3CE Lip Pigment (จากประเทศเกาหลี)

3CE Lip Pigment (จากประเทศเกาหลี)

OCC Lip Tar (From USA)

OCC Lip Tar (From USA)

ด้วยความที่เฉดสีจะไม่เยอะเท่าของ OCC Lip Tar ที่มีสีขาว สีฟ้า สีดำ ก็จะใส่ลูกเล่นผสมสีได้ไม่เยอะเท่าไร ข้อดีของ joops กลิ่นหอมผลไม้เหมือนลูกอมซูกัส เนื้อลิปเป็นเนื้อครีมเหมือนครีมเค้กเลย เวลาปาดบนปากนุ่มลื่นดี แต่ต้องบรรจงนิดนึงนะคะและต้องใช้พู่กันเท่านั้นค่ะถึงจะเนียนสวย แนะนำให้บีบครีมออกมาแต่น้อยแล้วค่อยๆ build ค่ะ หลังจากที่ทาไปบนปาก เม้มๆ จะให้ความรู้สึกไม่หนักปาก นุ่มๆ แถมชุ่มชื้นด้วย ติดทนในระดับนึงเลย พอสีมันจางๆไปก็ดูเป็นธรรมชาติดี ถ้าอยากได้สีเข้มๆ ก็เติมซ้ำ ข้อเสีย คหสต มันต้องพิถีพิถันเวลา apply นิดนึงและต้องใช้คู่กับพู่กัน งานปากถึงจะโอเคน่ะค่ะ นอกนั้นถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีคุ้มค่าในราคาสบายกระเป๋า

Mistine Joops Color Rich มีทั้งหมด 8 สีให้เลือก

Mistine Joops Color Rich มีทั้งหมด 8 สีให้เลือก

 

ภาพด้านล่างจะเป็น swatch ของสามสีที่สอยมา บวกกับสีที่เล่นใหม่คือเอา เบอร์3+เบอร์8 จ้า ดีงามมากๆ

Swatch ให้ดูบนมือทั้งสามสีค่ะ

Swatch ให้ดูบนมือทั้งสามสีค่ะ

Mistine Joops #3 แต่งตัวจัดอ่ะ

Mistine Joops #3 แต่งตัวจัดอ่ะ

Mistine Joops #4 สีสวยมากมาย

Mistine Joops #4 สีสวยมากมาย

Mistine Joops #8 อารมณ์ Nude

Mistine Joops #8 อารมณ์ Nude

เรามาเล่นผสมสีกันเถอะ (มิสทีน จู๊บส์เบอร์ 3 + เบอร์ 8)

เรามาเล่นผสมสีกันเถอะ (มิสทีน จู๊บส์เบอร์ 3 + เบอร์ 8)

Mistine Joops #3 + #8 ผสมออกมาแล้วสวยมาก

Mistine Joops #3 + #8 ผสมออกมาแล้วสวยมาก

 

สวัสดีค่ะ วันนี้มาคุยเรื่องเกี่ยวกับดวงตากันบ้าง ตัวแอดมินเพิ่งได้ไปสอย eye cream มาสองหลอดนะคะ เนื่องจากของเก่ากำลังจะหมดเป็นของ skinfood เลยอยากลองหาตัวใหม่มาใช้ดู เล็งไว้หลายๆ ยี่ห้อ จับพลัดจับผลูมาลงเอยที่ yves rocher เพราะมันลด 50% กับ 30% ค่า ทำไมถึงซื้อมาสองตัว ไปชมกันเลยค่ะ

Review Yves Rocher & Skinfood Eye Cream

Review Yves Rocher & Skinfood Eye Cream

 

Yves Rocher Serum Vegetal Eye Cream (ราคา 890 บาท ปริมาณ 14ml)

ตัวนี้ได้ส่วนลดอีก 30% นะคะ ในไลน์นี้แอดฯเคยใช้ Night Cream คุณภาพใช้ได้เลย แต่ตอนลงจะรู้สึกเหนอะไปหน่อย แต่ด้วยความที่เป็น Night Cream ทุกยี่ห้อจะคล้ายๆกันค่ะ มาว่าเรื่อง eye cream ของตัวนี้มันช่วยเติมร่องลึกรอยตีนกา แล้วก็มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิค แอซิด ช่วยผลัดผิวด้วย ทำให้ผิวรอบดวงตาไม่มีริ้วรอยและกระชับมากขึ้น เนื้อครีมออกสีขาวขุ่น ความรู้สึกเมื่อทาลงไปนี่มันซึมลงไปเลยไม่เหนอะเหมือนกับของ Skinfood นะคะ จนเราไม่แน่ใจว่ามันคงความชุ่มชื้นหรือเปล่า แต่พอล้างหน้าตอนเช้านี่รู้เลยว่าเนื้อครีมมันเคลือบรอบดวงตาอยู่ ตัว packaging ก็เป็นหลอดบีบออกมา ควบคุมง่ายค่ะ ตัวนี้ผลิตในประเทศฝรั่งเศส และก็สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและกลางคืนค่ะ

Yves Rocher Serum Vegetal Eye Cream

Yves Rocher Serum Vegetal Eye Cream

Yves Rocher Serum Vegetal Eye Cream

Yves Rocher Serum Vegetal Eye Cream

Yves Rocher Cure Solutions (ราคา 850 บาท ปริมาณ 15 ml)

ชิ้นนี้จัดมาในราคาลดอีก 50% ค่ะ โดยความเก๋ไก๋ของเจ้า Cure Solution คือมันมีหัวลูกกลิ้งสามหัว ใช้สำหรับทารอบดวงตาเลย ก็ให้ความรู้สึกเย็นๆดี เวลาทาควรจะทาไปทางเดียวคือจากหัวตาไปหางหา หากบีบหนักมือเกินไปตัวผลิตภัณฑ์อาจจะออกมาเยอะเกิน ก็ไม่ต้องห่วงค่ะสามารถแบ่งมาให้อีกข้างได้ 555 ต้องใช้ความคุ้นเคยเล็กน้อยนะคะ พอใช้บ่อยๆ ก็จะรู้น้ำหนักตัวเนื้อครีมก็จะออกมาพอดีเอง เนื้อครีมของตัวนี้จะเป็นรูปแบบเจลสีเขียวอ่อนๆค่ะ สินค้าเคลมว่าเจ้าตัวลูกกลิ้งนี่จะช่วยในการนวดรอบดวงตาได้ ลดรอยดำและลดบวมได้ แนะนำให้ใช้ตอนเช้าหลังลง moisturizer แล้วนะคะ ตัวนี้ผลิตในประเทศไอร์แลนด์โดยการควบคุมของอีฟโรเชอร์ประเทศฝรั่งเศสค่ะ

Yves Rocher Cure Solutions

Yves Rocher Cure Solutions

Yves Rocher Cure Solutions Eye Cream

Yves Rocher Cure Solutions Eye Cream

Skinfood Gold Caviar Lifting Eye Serum (ราคา 22,000 วอน, หรือ 700 บาท, ปริมาณ 30ml)

ตัวนี้น้อยคนที่จะไม่รู้จักนะคะ เพราะดังมากด้วยคุณสมบัติดีเลิศแล้วก็ราคาไม่แพงเลย เทียบชั้นกับพวกไฮเอนด์แบรนด์ได้ทีเดียว เนื้อครีมเป็นสีขาวเจล กลิ่นหอม ทาแล้วให้ความชุ่มชื้นมากๆ แต่ส่วนตัวคิดว่ามันเยิ้มไปหน่อย ถ้าเทียบกับของอีฟโรเชอร์สีแดง ของสกินฟู๊ดจะเยิ้มกว่าและแห้งช้ากว่า แต่ตอนเช้าล้างหน้าตัวเนื้อครีมก็เคลือบอยู่รอบดวงตาเหมือนกัน ใช้เพียงแค่นิดเดียว ขวดนึงใช้ลืมเลย คุ้มมากๆสำหรับตัวนี้ค่ะ ตัว packaging ก็น่ารักและเป็นหัวปั๊มด้วย ใช้ได้เลยแต่ด้วยความที่เป็นคนมือหนัก เวลาใช้ไปนานๆตรงปลอกของขวดจะร้าวเวลาเราหยิบมันจะหลุดมือ ต้องระวังนิดนึง แต่เพื่อนๆบางคนอาจจะไม่เป็นก็ได้นะคะตัวนี้แอดมินแนะนำค่ะ

Skinfood Gold Caviar Eye Cream

Skinfood Gold Caviar Eye Cream

 

Skinfood Gold Caviar Eye Cream

Skinfood Gold Caviar Eye Cream

ด้านล่างแอดฯปาดเนื้อครีมทั้งสามตัวเทียบเคียงกันนะคะ

Eye Cream Swatches of Yves Rocher & Skinfood

Eye Cream Swatches of Yves Rocher & Skinfood

ขอบคุณที่เข้ามาชมนะคะ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ บายบาย

 

รีวิว & ราคา Peripera Smile Fit Blusher

เพื่อนๆ หลายคนคงยังไม่เคยได้ยินแบรนด์นี้กันนะคะ ตัวแอดมินเองก็ไม่รู้จักหรอกค่ะ ไปเดินเล่นใน Tops Super Market ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว (อีกแล้ว) เดิน swatch เครื่องสำอางค์แบรนด์นู้นแบรนด์นี้ ไปสะดุดตากับ Blusher ของยี่ห้อนี้ขึ้นมา ลองปาดเล่นๆ โอ้โห สีมันสวย pigment ดีมากๆ เลยไปหาข้อมูล รู้มาว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศเกาหลีค่ะ ซึ่ง Beauty Guru เมืองนอกก็ได้มีทำรีวิวไว้บ้างแล้ว ยังไงลองไปดูกันค่ะ

Peripera Smile Fit Blusher

Peripera Smile Fit Blusher

 

ดูที่กล่องและ packaging น่ารักดี ตัวเนื้อพลาสติกหนาดีสมราคาค่ะ และพอเปิดข้างในมีกระจก!! แล้วด้านล่างมีแปรงเล็กๆ มาอีก!! ตื่นเต้นมาก 555 เพราะในราคา 300 บาท ได้ขนาดนี้และด้วยเม็ดสีแถมวิ้งเงินๆ แล้วถือว่าโอเคเลย ตัวแปรงเล็กที่ให้มาขนาดกำลังเหมาะแก้มเลย อิอิ ขนแปรงดีมากเลยถ้าเทียบกับพวกแปรงแถมๆมากับตลับ ขนแปรงอัดแน่นดี ด้ามจับก็ถนัดมือ ปาดบนแก้มทีเดียวเลยไม่ต้องลงซ้ำๆ

Peripera Smile Fit Blusher by Karmart

Peripera Smile Fit Blusher by Karmart

 

Peripera Smile Fit Blusher – #5 Coral Orange (ราคาเต็ม 495 บาท, ราคาโปรโมชั่น 300 บาท / หาซื้อได้ที่ Tops Super Market Central ลาดพร้าวและร้าน Karmart)

ถ้าพูดถึงเม็ดสีหรือ pigment ของ product  โอเอ็มจี! สีมันสวยมากอ่ะ ปาดสีออกมาชัดในครั้งเดียว แถมวิ้งให้ด้วย (ถ้าใครไม่ชอบวิ้งก็เศร้าค่ะ) แต่จริงๆตัวแอดเป็นคนไม่ชอบวิ้งๆ นะยังหลงรักตัวนี้เลย เคยไป swatch Rimmel Blusher น่าจะสี Live Pink นะคะ ซึ่งจะออกแนววิ้งเงินๆเหมือนกัน คือสีมันหายเร็วมากแล้วเม็ดสีก็ไม่แน่นเท่า Peripera เลย ด้วยราคา Rimmel ที่แม่ค้าหิ้วมา 250-300 บาทในปริมาณแค่ 5g กับของ Peripera แล้ว 8g ราคา 300 บาทซื้อตัวนี้ดีกว่าค่ะ ซึ่งเจ้าแบรนด์ Peripera นี่นำเข้าโดยบริษัท Karmart Thailand ส่วนตัวชอบบริษัทนี้นะคะ เพราะเป็นแบรนด์คนไทย แล้วก็แตกไลน์หาผลิตภัณฑ์จากตปท เข้ามาขยายธุรกิจตัวเอง ที่ชมนี่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทนี้เลย เพียงแต่เคยดูรายการที่สัมภาษณ์เจ้าของคาร์มาร์ท คุณวิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล เค้ามี vision ดี แล้วสินค้าเค้าก็โอเคด้วย

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture - https://www.facebook.com/periperathailand)

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture – https://www.facebook.com/periperathailand)

 

ข้อเสียของ Peripera อาจจะไม่โดยตรงนะคะ คือตอนที่เลือกซื้อสินค้าที่ท๊อปเนี่ย ตรงเคาน์เตอร์มันมีตัว tester ก็จริงแต่ดันไม่ติดเบอร์ไว้ เลยต้องมานั่งแกะกล่องเปิดดูสีข้างใน ซึ่งอันนี้ไม่อยากทำเลย เพราะมองว่าถ้าเป็นเราหรือใครมาเปิด แล้วมันมีโอกาสทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นเสียหายได้ แถมเชื้อโรคในอากาศเข้าไปอีก (ฟังดูอาจจะเวอร์หน่อย) เลยไม่แน่ใจว่าปกติมีพนักงานคอยหยิบสินค้าให้หรือเปล่า แต่จริงๆมันควรอำนวยความสะดวกลูกค้า สื่อสารชัดเจนจะได้ง่ายแก่การเลือกซื้อน่ะค่ะ แอดลองสังเกตุผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆดู ก็เป็นเหมือนกันไม่มีเบอร์ติด อันนี้ลำบากบางคนขี้เกียจแกะก็ไม่อยากซื้อแล้ว

ออกนอกเรื่องไปซะเยอะมาดูสีที่ swatch กันดีกว่า Peripera Smile Fit Blusher ตัวนี้ราคาเต็ม 495 บาท ปริมาณ 8g แต่แอดได้มาในราคาโปรโมชั่นนะคะ 300 บาท พอ swatch แล้วนึกถึง Sleek Blush ขึ้นมาทันที แต่ตัว Sleek นี่จะวิ้งทองๆ ถ้าเทียบ Packaging ของ Sleek ก็มีกระจกมาให้ด้วย แต่ไม่มีแปรง พลาสติกด้านนอกของ Sleek จะดูแข็งแรงกว่า Design ออกแนว High Brand แบบ NARS แต่ของ Peripera นี่เกาหลีจัดๆมาเลย ถ้าเทียบความชัดเจนของเม็ดสีหรือ pigment ของ Peripera #5 Coral Orange นี่เนื้อดีกว่ามากค่ะ คือตัว Sleek ก็เม็ดสีชัด (ตามที่เคยรีวิวไว้ คลิ๊กที่นี่) แต่มันทองฟุ้งๆ เลยทำให้เม็ดสีไม่เข้มเท่า แต่ถ้าชอบวิ้งและสีจัดๆ ต้องตัวนี้เลย Peripera

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

Peripera Brush

Peripera Brush

 

ในไลน์ของ Peripera Smile Fit Blusher มีรวมทั้งหมด 7 สี คือ

No.1 Pink Highlighter

No.2 Vanilla Pink

No.3 Pink Rose

No.4 Peach Orange

No.5 Coral Orange

No.6 Rose Bronze

No.7 White Shine

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture - https://www.facebook.com/periperathailand)

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture – https://www.facebook.com/periperathailand)

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

 

ถามว่าสีที่ swatch ออกมาแล้วให้ pigment ที่ชัดเจนน่าจะเป็น No.3 No.5 No.6 ซึ่งตัดเบอร์ที่สีอ่อนทิ้งไป และตัดเบอร์  6 (น้ำตาล) เพราะมันใช้ shading  ที่ยังไม่ซื้อ No.3 มาใช้เพราะลองปาดดูแล้วมันดูชมพูแป้งๆไป จะคล้ายๆ ของ Etude ที่มีอยู่แล้วเลยเอา No.5 Coral Orange มาก่อน ซึ่งชอบมากมายเลยค่ะ ส่วนใครที่จะหาซื้อ Highlight นี่ต้องเบอร์ 1 กับ 7 เลย ปาดดูแล้วโอเคค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์ Highlight ของเกาหลีแทบทุกยี่ห้อทำดีเกือบหมดนะคะ เม็ดสีมันจะไม่หยาบ เหมาะกับสาวเอเชียดีค่ะ

 

 

Search

Categories

Recent Posts

Recent Comments