Browsing all articles tagged with color Archives | Planet2go.COM

รีวิว & ราคา แป้ง Cezanne, Rimmel Stay Matte, Catrice All Matt, Wet n Wild Coverall

วันนี้ขนกรุ Drugstore Brand มากันเลยนะคะเพื่อนๆ จะมีบางตัวที่ดังมากๆ กับตัวที่แอดมินทดลองซื้อมาใช้ดูเล่นๆ เผื่อว่าจะเจอของดีราคาไม่แพง งั้นเราไปดูกันเลยค่ะ

Cezanne, Rimmel, Wet n Wild, Catrice

Cezanne, Rimmel, Wet n Wild, Catrice

Cezanne, Rimmel, Wet n Wild, Catrice

Cezanne, Rimmel, Wet n Wild, Catrice

 

Cezanne UV EX Plus – #EX1, #EX5 (ราคารีฟิล 330 บาท, ราคาตลับรุ่น limited edition 300 บาท, ปริมาณ 11g)

เนื่องด้วยความงกของแอดมินเองครั้งแรกซื้อแป้งเซซานมาแบบรีฟิล ไม่ยอมซื้อตลับแป้งเพราะไม่คิดจะพกพานะคะ เลือกซื้อมาเป็นเบอร์ EX1 ใช้ปัดตอนเช้าหลังลงรองพื้น ใช้จนหมดถาดเลย พอไปเดินวัตสันเห็นเค้าออกตลับรุ่น limited edition ซึ่งจะมีสองลายเป็นชมพูกับฟ้า ตัวแอดมินเลือกสีฟ้ามาเพราะลายดอกบนตลับสวยกว่า แต่ดันจำเบอร์ผิดเลือกแป้งรีฟิลมาเป็นเบอร์ EX5 คือมันออกเหลืองมากๆ พอทาบนหน้าแอดแล้วรู้สึกว่าเหลืองไปหมด โดยผิวของแอดออกขาวเหลืองแต่จะชอบทาแป้งที่หน้าออกขาวเนื้อหรือค่อนไปทางอมชมพูเล็กน้อย เนื้อแป้งเซซานดีสำหรับคนที่ต้องการปกปิด light to medium นะคะ ส่วนตัวใช้แล้วหน้าไม่ว่อกเวอร์ เนื้อไม่หนาดูเป็นธรรมชาติ คุมมันอยู่ได้แค่ประมาณ 4-5 ชม. แป้งจะเริ่มหายไปรอยสิวอะไรก็จะเห็นชัดขึ้น แต่พอซับหน้าแล้วลงใหม่ก็กลับมาเนียนเหมือนเดิม มันขึ้นอยู่กับว่าลงมากลงน้อยด้วย เพราะแป้งเซซานมัน Buildable ได้ดีค่ะ ประกอบด้วยราคาไม่แพง แล้วเวลาทามันก็ไม่ powdery หกเลอะเทอะเหมือนบางยี่ห้อ ถ้าเทียบกับ Maybelline Clear Smooth ของ Cezanne นี่จะไม่ cakey นะคะ ยกให้ 4/5 ดาวไปเลย

Cezanne Limited Edition Packaging

Cezanne Limited Edition Packaging

Cezanne Limited Edition Packaging

Cezanne Limited Edition Packaging

Cezanne UV EX Plus #EX1, #EX5

Cezanne UV EX Plus #EX1, #EX5

 

Wet n Wild Coverall Pressed Powder – #E824B Light/Medium (ราคา 1xx บาท, ปริมาณ 7.5g)

ต้องขออภัยที่จำราคาไม่ได้นะคะ ราคาน่าจะเกิน 150 บาทซื้อที่บูทใน Tops Super Market สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่ง Wet n Wild เพิ่งจะมาตั้งบูทค่ะ ตอนนี้ Tops พัฒนาทำเหมือน Sephora เลยมีเคานท์เตอร์ให้ swatch หลากหลายแบรนด์ สะใจมากๆ เหตุผลที่ซื้อแป้งตัวนี้มาคืออยากจะหาแป้งที่ไม่มีรองพื้นมาปัดระหว่างวันนะคะ เพราะรู้สึกเวลาเอาแป้งที่ผสมรองพื้นตบระหว่างวันมัน cakey มากๆ ไม่ชอบเลย พอได้ wet n wild ตัวนี้มาลองใช้ปัดโดย kabuki brush พบปัญหาคือมันเป็นฝุ่นกระจัดกระจายไปหมด แล้วมันก็มีรองพื้นผสมอยู่ด้วย แล้วถามว่าคุมมันไม๊ ไม่คุมค่ะ ปกปิดไม๊ขึ้นอยู่กับวิธีที่ลงแป้งนะคะ ถ้าปัดด้วยคาบูกิก็จะได้ look ไม่หนาอยู่แล้ว แต่ถ้าตบตัวพัฟก็ปกปิดได้ดีพอสมควรค่ะ แต่ให้ลุ๊กหนาไป สรุปข้อเสียคือไม่คุมมัน แป้งฟุ้งกระจาย ข้อดีคือราคาถูกค่ะ ลืมบอกเรื่องกลิ่น กลิ่นมันเหมือนนมอัดเม็ดเลย 555 ถ้าใครคิดว่าไม่ชอบนมอัดเม็ดละก็ ผ่านยี่ห้อนี้ไปได้เลย  ให้ 2/5 ดาวค่ะ

Wet n Wild Coverall Pressed Powder - #E824B Light/Medium

Wet n Wild Coverall Pressed Powder – #E824B Light/Medium

Wet n Wild Coverall Pressed Powder - #E824B Light/Medium

Wet n Wild Coverall Pressed Powder – #E824B Light/Medium

 

Catrice ALL MATT – #015 Natural Beige (ราคา 185 บาท, ปริมาณ 10g)

เค้าเคลมว่าของเค้าเป็นเนื้อแบบซาติน-แมท คุมมัน และ oil free ตัวแป้งมีกลิ่นจางๆ เนื้อจะแข็งกว่าของ Wet n Wild ให้ความรู้สึกเป็นแป้งอัดแข็งมากกว่า ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่ามากๆ เพราะมันบางเบามากกว่าค่ะ packaging พกพาง่าย ตัวแป้งพิมพ์ลายเก๋ดี ผลลัพท์หลังจากได้ลองใช้ ตบระหว่างวัน ก็คุมมันได้ระดับนึงประมาณ 3 ชม จมูกก็เริ่มมันแล้วนะคะ แต่มันให้ฟีลไม่ cakey ข้อดีของแป้ง catrice ตัวนี้คือมันมีสีให้เลือกเยอะมาก แต่ข้อเสียคือเวลาใช้ควรใช้แปรงปัดเท่านั้น ด้วยความที่เนื้อแป้งมันแข็ง เวลาใช้เป็นพัฟมันจะทำให้หน้าเราสีไม่สม่ำเสมอ เหมือนทาแป้งฝุ่นเด็ก และเนื้อแป้งในไลน์มีสีที่ขาวมากเกินไปสำหรับสาวเอเชีย นี่ขนาดตัวแอดมินเองเป็นคนผิวขาวอยู่แล้วยังรู้สึกว่า เบอร์นี้ก็ขาวไปค่ะ ให้3/5 ดาวค่ะ

Catrice ALL MATT - #015 Natural Beige

Catrice ALL MATT – #015 Natural Beige

Catrice ALL MATT - #015 Natural Beige

Catrice ALL MATT – #015 Natural Beige

 

Rimmel London STAY MATTE – #001 Transparent (ราคาหิ้ว 350 บาท, ปริมาณ 14g)

Rimmel นี่แม่ค้าเชียร์มากๆ ว่ามันคุมมันใช้ปัดระหว่างวัน ไอ้เราก็ไม่คิดจะซื้อเลย เพราะไม่แน่ใจว่าจะดีจริงหรือเปล่า แล้วมันก็ไม่มีสีให้ลองกับผิว ที่ตัดสินใจซื้อเพราะไปเจอสี #001 Transparent นี่ล่ะ เพราะมันน่าจะ transparent และไม่ออกว่อกเกินไป (ในความคิดตัวเองนะคะ) ตัว packaging นี่เป็นแบบฝาเปิดปิดเหมือนกระปุกอ่ะ ไม่ค่อยชอบเลย ถ้าฝาหายนี่จบเลยนะคะ กลิ่นไม่แรงแต่มันเป็นกลิ่นแป้งพัฟน่ะ เทียบแล้วของ Catrice จะกลิ่นอ่อนกว่ามากจนถึงแทบไม่มีกลิ่นนะคะ เนื้อแป้งขาวเลย เวลาทาลงบนผิวหน้าแล้วมันเนียนให้ look matt จริงๆ คุมมันได้ดีกว่า Wet n Wild & Catrice นะคะ ถ้าเปรียบเทียบกับ Cezanne เนี่ยน่าจะใช้คนละวัตถุประสงค์กัน ส่วนเรื่องราคานี่ขอบอกว่าแม่ค้าบวกเยอะพอสมควร ราคาในร้าน ฺBoots ที่ UK ตกแค่ £3.99 คิดเป็นเงินไทยก็น่าจะประมาณ 220 บาท แต่ถ้าริมเมลมาเปิดเคาน์เตอร์เมืองไทยเหมือน Wet n Wild เมื่อไร แม่ค้ามีหนาวล่ะค่ะ เพราะราคาเค้าตั้งแบบสมเหตุสมผลมากกว่า ให้ 3.5/5 ดาวค่ะ

Rimmel Stay Matte #001 Transparent

Rimmel Stay Matte #001 Transparent

Rimmel Stay Matte #001 Transparent

Rimmel Stay Matte #001 Transparent

 

สรุปแล้ว Cezanne ไว้ทาตอนเช้าเอาแบบ look เด้งๆแต่ไม่ cakey ติดทนนาน พอระหว่างวันก็ซับหน้าตามด้วย Rimmel Stay Matte แอดมินว่าสองตัวนี้ตอบโจทย์สุดแล้วค่ะ แถมราคาเอื้อมถึง แนะนำให้เพื่อนๆลองหาซื้อมาใช้ดูกันนะคะ ส่วนด้านล่างจะเป็น swatches ของแต่ละ product ลองเปรียบเทียบสีกันดูค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาชมเพจค่ะ วันนี้ลาไปก่อน บายบาย

Cezanne, Rimmel, Wet n Wild, Catrice

Cezanne, Rimmel, Wet n Wild, Catrice

 Business Contact : appleberrymail@yahoo.com

 

รีวิว Sephora Haul January – February 2014

Sephora Haul Jan-Feb 2014

Sephora Haul Jan-Feb 2014

ร้าน Sephora เปิดมาตั้งแต่ปลายปี 2013 แต่ตัวแอดมินไม่ค่อยได้ของอะไรกับเค้ามากเท่าไร ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากแย่งกับสาวๆคนอื่นนะคะ แต่พอรอช่วงให้คนเริ่มซาๆ กลับกลายเป็นว่าของบางตัวที่แอดเล็งไว้ก็หมดสต๊อกซะงั้น อย่างลิปสติกบางสี บางรุ่นจนถึงปัจจุบันยังไม่มีของเลย แต่แอดก็โชคดีที่สอยมาได้ก่อนเพื่อนๆ แอด (55 มีแอบเยาะเย้ยเพื่อน) ไปดูกันเลยจ้า

Sephora Rouge veloute sans transfert – Cream lip stain (#05 Easy Pink, 5 ml ราคา 470 บาท)

Sephora Cream lip stain #05

Sephora Cream lip stain #05

สียอดฮิตหมดเร็วมากๆค่ะ swatch ออกมาแล้วสวยงามมาก มีมุกน้อยๆ สีติดแน่นทนนาน แต่จะรู้สึกแห้งไปหน่อย แต่ด้วยคุณสมบัติของ lip stain มันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว พอรับได้ค่ะ กลิ่นหอมวนิลลา คุ้มค่าคุ้มราคา *หมายเหตุ ตอนนี้ไปหาสีนี้ไม่มีเลยนะคะที่ช้อป ขายดีจริงๆ Made in Italy ค่ะ

 

Sephora Crayon lveres ultra vinyle – Ultra vinyl lip pencil (#07 Gorgeous Peach, 0.10 oz ราคา 440 บาท)

Sephora Ultra vinyl lip pencil #07

Sephora Ultra vinyl lip pencil #07

ถ้าเทียบปริมาณเป็น ml แล้วแท่งนี้จะอยู่ที่ 2.95 ml นะคะ แต่เนื่องจากเป็นแท่งไม่ใช่น้ำเลย convert ปริมาณกันให้เห็นภาพนิดนึง เนื้อสีคมชัดดีและมีความชุ่มชื้นมากกว่าตัว lipstain แม้ทาไปแล้วบนปากก็ยังรู้สึกชุ่มชื้นเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร หากลงซ้ำหลายรอบสีมันจะออกแดงมากว่าที่เห็นในแท่ง ถ้าเทียบสองสีระหว่าง Easy Pink กับ Gorgeous Peach เหมือนจะใกล้เคียงกันแต่อันหลังออกแดงกว่าค่ะ ถามว่าชอบตัวไหนมากกว่า แอดชอบสีของ Easy Pink มากกว่าแต่ชอบเนื้อของ Gorgeous Peach เอ๊ะยังไง ก็ทาตัวหลังลงก่อนตามด้วย lipstain เลย 555 แท่งนี้ Made in Germany (*สีนี้ก็หมดอีกเหมือนกัน)

Sephora #05 & #07 swatches

Sephora #05 & #07 swatches

 

Sephora Brush – Pro Smudge #11 (ราคา 620 บาท)

Sephora Pro Smudge #11

Sephora Pro Smudge #11

คือนึกถึงเวลาเราจะ smudging eye liner ทีไรหาแปรงดีๆ เหมาะๆ ไม่ค่อยเจอนะคะ พอแอดเจอตัวนี้รีบคว้าทันที ขนแปรงแน่นดีมาก ไม่แข็งแทงเปลือกตาด้วย ใช้ดีทีเดียว และด้วยราคาแค่ 620 บาท ก็ถือว่าพอใช้ได้ ไม่ถูกไม่แพงเกินไป ตัวด้ามและฐานแสตนเลสก็แน่นหนาแข็งแรง สู้กับแปรง MAC ได้เลย

 

Sephora Disk Bronzing Power – Medium #02 , 30 g (ราคา 600 บาท)

Sephora Disk Bronzing Power – Medium #02

Sephora Disk Bronzing Power – Medium #02

ด้วยความเป็นคนที่ชอบใช้บรอนเซอร์ถาดใหญ่ๆ (เดิมใช้ของ Essence 15g, ราคา 200 บาท) ตอนนี้เหมือนลดขนาด พอมาเจอของ sephora แล้วชั่งใจก่อนทีแรก เพราะราคามันตั้ง 600 บาท แต่หารู้ไม่ว่าปริมาณตั้ง 30g ในรุ่นนี้จะมีสองสีนะคะ คือ light & medium ด้วยความขี้เกียจบรรจง build สีจึงเลือกสีเข้มไว้ก่อนถ้ามันเยอะไปค่อยกลบด้วยแป้ง เน้นสีแน่นลงน้อยๆ จะได้ไม่เปลือง 555 ตัว packaging เลิศมาก กระจกบานใหญ่แต่แอบเปิดยากเล็กน้อย เพราะกลัวหลุดมือ เม็ดสีชัดสุดๆ แนะนำให้ไปหาซื้อมาใช้กัน ทางร้านซีฟอร่าเองก็บอกว่าขายดีมากๆ ให้รีบซื้อเดี๋ยวหมด หลังจากที่แอดจัดไปหนึ่งถาด อีกวีคไปดู สินค้าหมดจริงๆด้วย ขายดีมาก

 

Sephora Rouge – #04 The Red (ปริมาณ 0.14 oz, ราคา 470 บาท) Made in France

Sephora Rouge - #04 The Red

Sephora Rouge – #04 The Red

โอ้…เมื่อ swatch ออกมาแม่เจ้าสีมันช่างชัด จัด เจ็บจริงๆค่ะ แต่กลิ่นไม่ผ่าน มันไม่หอมหรือไม่เหม็นนะ กลิ่นมันคล้ายลิปแมททั่วไปๆ แต่ดีกว่าหน่อยนึง เพราะกลิ่นมันไม่แรง ก่อนทาลิปสติกสีแดงเค้าให้วาดขอบปากกันพลาดกันก่อน และนี่คือครั้งแรกที่แอดซื้อลิปแดงมาใช้ (ด้วยความที่จะไปดูคอนเสิรต์ Taylor Swift เพราะนางมี album concept คือ RED) แอดต้องหัดทาปากแดงเข้าว่า ในภาพจะเขียนขอบปากด้วย NYX เรื่องไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นคือ เมื่อทานอาหารดื่มน้ำเช็ดปาก ส่องกระจก อุต๊ะ ปากแหว่ง…สีตรงกลางที่ทาลิปสติกแดงไว้หายไปเฉยเหลือแต่ขอบปากแดงๆไว้ ตลกมากๆ ตอนแรกกะว่าจะไม่เอาลิปสติกพกไป เพราะคิดว่าปากแดงแรงอยู่แล้วคงไม่ต้องเติม อันนี้ไม่เติมไม่ได้ค่ะ อายมวลมหาประชาชนสุดๆ สรุปมันก็ติดดีถ้าไม่เผลอไปเช็ดปากหลังทานอาหารนะ

ทั้งหมดก็เป็น Sephora Haul เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2014 ใครอยากดูรีวิว Sephora Cleanser คลิ๊กที่นี่เลยจ้า

รีวิว Mistine Wings vs Mistine Super Star Award

สวัสดีค่ะ หายไปนานมากมีของเยอะเลยแต่ที่จะมารีวิวในวันนี้ เป็นแป้งพัฟมิสทีนรุ่นอั้ม(ตัวใหม่) และรุ่นพลอย(ดังเวอร์) ชิ้นแรกที่ได้มานี่คือรุ่นอั้ม ซุปเปอร์ สตาร์ อวอร์ด ในราคาที่ถูกมาก ส่วนรุ่นพลอยหรือมิสทีนวิงส์ สอยมาแพงกว่าหลายสิบเลยค่ะ ไปดูกันเลยค่ะ

Mistine Super Star Award / Color S1 ผิวขาว (รุ่นอั้ม ราคาเต็ม 159 บาท ได้มาในราคาพิเศษ 95 บาท)

Mistine Super Star อั้ม

Mistine Super Star อั้ม

ตัว packaging สวยงามวัสดุดีมากกว่ารุ่นผ่านๆมา เป็นสีฟ้าอ่อนๆ เปิดออกมากระจกวงใหญ่กว่าเดิมดีค่ะ ตัวถาดรองแป้งทำดีเปิดหยิบพัฟได้ง่ายกว่าเดิมมาก ส่วนกลิ่น (โอ้แม่เจ้า) ดูดีกว่ารุ่นเก่าเยอะเลยค่ะ ชอบค่ะ เพราะกลิ่นเก่าเป็นอะไรที่เชยมากใช้แล้วไม่ชอบเลย คุณสมบัติเค้าเคลมว่าในนวัตกรรม Fusion Cometics ซึ่งให้หน้าเรียบเนียนเป็นพิเศษ ด้วยกลไกอัจฉริยะ ช่วยปรับเงามืดและอำพรางบริเวณรูขุมขนบนใบหน้า ทำให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส และมี SPF25 PA++

Mistine Super Star อั้ม

Mistine Super Star อั้ม

ส่วนตัวใช้แล้วก็เด้งดีค่ะ แต่พอตากแดดซับหน้าแล้วเติมเพิ่มก็ยังรู้สึกเหมือนจะ cakey ไปหน่อย ถ้าเรื่องคุมมันนี่ทำได้ดีพอสมควร เวลาหยิบขึ้นมาเติมพบว่าหน้าดูเด้งดีแต่อาจต้องค่อยๆกดพัฟและตบเบาๆ ถ้าแบบรีบๆแล้วปาดๆ นี่จะดูหนาและไม่เรียบเท่าไรค่ะ แอดมินเข้าใจว่าเวลาตบแป้งไม่ควรปาดแต่แป้งบางรุ่นใช้ได้ดีแม้กระทั่งปาดๆแบบไม่ต้องปราณีตมากนะคะ ถ้าเทียบสีแป้งของรุ่นอั้มนี้กับรุ่นพลอย รุ่นพลอยจะขาวมากกว่าค่ะ

 

Mistine Wings / Color S1 ผิวขาว (รุ่นพลอย ราคาเต็ม 169 บาท ได้มาในราคาพิเศษ 139 บาท)

Mistine Wings

Mistine Wings

ตัวตลับเก๋มาก สีไม่ฉูดฉาดดี ดูดีมากแต่ด้วยความที่มันเป็นผิวแบบลื่นๆ สีด้านๆ หลุดมือหลายรอบแล้วค่ะ 555 ด้านในกระจกก็ใหญ่เท่ากับรุ่นอั้ม SS แต่เวลาจะดันถาดแป้งเพื่อหยิบพัฟนี่ หยิบยากไปหน่อย ส่วนเรื่องกลิ่นนี่กลิ่นเดียวกับรุ่นอั้ม SS ค่ะ หอมดี สอบผ่านเลย สีแป้งขาวกว่ารุ่นอั้ม SS นิดหน่อย จริงๆแล้วไม่คิดว่าจะซื้อรุ่นนี้เลยแต่เห็นเพื่อนๆ แนะนำบอกว่าเนียนดีกว่ารุ่นอื่นๆ

Mistine Wings

Mistine Wings

แล้วทราบราคามา เลยคิดว่าถ้าตั้งราคาสูงกว่ารุ่นอื่นน่าจะทำออกมาดีกว่าเดิม เลยซื้อมาลองใช้ดู ขอเม้าท์ช่วงไปซื้อในร้านประจำ มีแต่คนมาถามรุ่นพลอยอ่ะค่ะ ขายดีสุดๆ เลยตัดสินใจสอยมาทันทีไม่ทันคิด หลังจากได้ทดลองใช้ออกแดด เดินห้าง ซับหน้าตบเพิ่ม ไม่เป็นคราบเลยดีมากๆ ส่วนเรื่องคุมมัน ก็ยังรู้สึกว่าทำได้ดีพอสมควร ถ้าเทียบกับรุ่นอั้ม จะชอบแป้งพลอยมากกว่านะคะ สินค้าเคลมว่าเป็นนวัตกรรม Air Cover เนื้อแป้งเนียนเบาละเอียดถึงขีดสุดปกปิดเรียบเนียน มี SPF25 PA++

 

วัดกันแล้วแอดมินชอบรุ่นพลอยมากกว่า เยอะเลยด้วยเพราะไม่ค่อยดูหนักหน้าหรือหนามากเกินเวลาเติมระหว่างวัน ถ้าไงเพื่อนๆ ลองไปซื้อมาลองใช้เล่นๆ ดูก็ได้นะคะ คุณภาพเทียบเคียง Maybelline ได้เลย แต่รุ่นพลอยอาจราคาสูสีกับรุ่น Clear Smooth แล้วแต่จัดรายการค่ะ

 

Search

Categories

Recent Posts

Recent Comments