Browsing all articles tagged with ไทย Archives | Planet2go.COM

สวัสดีค่า กลับมาเจอกันอีกแล้ว วันนี้แอดมินมีลิปสติกตัวใหม่ของเมย์เบลลีนมารีวิวให้เพื่อนๆ ชมกันค่ะ สองชิ้นนี้ซื้อที่วัตสันนคะ ดูราคาจากป้ายแล้วลดลงมาอีกเหลือ 249 บาท เลยจัดมาสองแท่ง โดยปกติถ้าเพื่อนๆที่เคยตาม blog ของแอดฯจะรู้ว่าตัวแอดฯชอบใช้ลิปสติกเนื้อครีมหรือพวกเนื้อซาตินมากกว่า แต่พอมาเจอเจ้า YSL Lip Stain ก็ทำให้เปลี่ยนทัศนคติไปเยอะพอสมควร แต่ลิปสติกพวก gloss บางยี่ห้อที่มันเหนอะๆ แอดฯก็ยังไม่ใช่แฟนอยู่ดีค่ะ ไปชมกันดีกว่าค่ะ

Maybelline Lip Polish by ColorSensational

Maybelline Lip Polish by ColorSensational

Maybelline Lip Polish

Maybelline Lip Polish

Maybelline Lip Polish by Colorsensational – สี GLAM2 (ราคา 299 บาท, ปริมาณ 5ml) สี GLAM2 เป็นสีออกแนวช้อกกิ้งพิ้งค์ปนส้มเล็กน้อย ผสม glitter หน่อยๆ สีชัดและจัดมากๆ ตัว applicator เหมือนกับของ YSL Lip Stain เลยนะคะ ทาง่าย เนื้อผลิตภัณฑ์จะออกข้นๆ ส่วนเรื่องกลิ่นนี่ ตัวแอดฯเองไม่ได้กลิ่นอะไรโดดๆนะคะ จะมีกลิ่นจางๆ ไม่ใช่น้ำหอมแล้วก็ไม่ใช่พวกกลิ่นผลไม้เลยค่ะ ตัว lip polish ตัวนี้น่าจะไม่มีใส่ส่วนผสมที่เป็นน้ำหอมอะไรลงไปนะคะ

Maybelline Lip Polish #GLAM 2

Maybelline Lip Polish #GLAM 2

Maybelline Lip Polish by Colorsensational – สี POP6 (ราคา 299 บาท, ปริมาณ 5ml) สีนี้จัดมาแดงที่สุดใน line ของ Maybelline Lip Polish แล้วค่ะ ตัวนี้ไม่มี glitter ทาแล้วให้ความรู้สึกเป็นเหมือนเนื้อ gloss และสีก็ชัดสุดๆ หลังจากทดสอบทา ไปทานข้าว เติมปากใหม่พบว่าเจ้า lip polish ตัวนี้ก็ทำหน้าที่คล้าย Lip stain เหมือนกัน re-apply ได้ง่ายมากๆ แถมให้ความชุ่มชื้นแต่ไม่เหนอะด้วย ถือว่าเทียบชั้นกับ Dior Fluid Stick ได้เลยค่ะ แต่ข้อเสียในความเห็นส่วนตัวของแอดฯเองคือ เวลาทาลงบนปากแอดฯแล้วรู้สึกเหมือนมันร้อนๆปาก แต่แอดฯก็ทดสอบโดยไม่ได้ลบออกนะคะ ริมฝีปากแอดฯก็ไม่ได้ลอกอะไร แต่อาจมีส่วนผสมบางอย่างที่แอดฯแพ้ก็ได้

Maybelline Lip Polish #POP 6

Maybelline Lip Polish #POP 6

สรุปคือเสียดายมากค่ะ คงไม่ได้ซื้อต่อเพราะแพ้ค่ะ ยังไงจะหาของเล่นใหม่ๆมาให้ชมกันอีกนะคะ วันนี้ลาไปก่อนค่ะ บายบาย

Maybelline Lip Polish GLAM 2 vs POP 6 Swatches

Maybelline Lip Polish GLAM 2 vs POP 6 Swatches

Maybelline Lip Polish GLAM 2 vs POP 6 Swatches

Maybelline Lip Polish GLAM 2 vs POP 6 Swatches

 

รีวิว & ราคา Wet n Wild Haul – May 2014  (Eye shadow Palette, Blusher, Concealer Palette)

Wet n Wild ทั้งหมดที่ได้มาซื้อมาจาก Tops Super Market สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว (ใต้ดิน) นะคะ ราคาแม่ค้าหิ้วแพงกว่าประมาณ 50-100 บาท แล้วที่เคยบอกไว้คือใน Tops เค้าจะมีให้ swatch ตามใจชอบเลยถ้าเพื่อนๆ ว่างก็ไปแวะชมกันได้ค่ะ

Wet n Wild Haul - May 2014

Wet n Wild Haul – May 2014

Wet n Wild Eye Shadow Coloricon 6 colors

Wet n Wild Eye Shadow Coloricon 6 colors

 

Wet n Wild Color icon Eye Shadow Palette – E738 Comfort Zone (ราคา 299 บาท, ปริมาณ 8 g)

ในพาเลทนี้จะออกโทรสีน้ำตาล ใช้เป็น everyday look ได้ เนื้ออายแชโดว์สีใช้ได้เลยทุกตัวยกเว้น ตัวที่เป็น Browbone color เพราะถ้าเทียบจากการ swatch กับเนื้อของพวก Naked แล้วเนี่ยสีมันจะอ่อนมากๆ นอกนั้นเม็ดสีใช้ได้เลยค่ะ ตัวที่โดดเด่นน่าจะเป็นเบอร์ 8 (ในภาพ) จะเป็นสี Dual Chrome มีเหลือบรุ้งๆ ด้วย สวยมากค่ะ โดยเค้าแบ่งประเภท look เอาไว้ตามสีที่เอามา mix & match คือ

Wet n Wild Eye Shadow E738 Comfort Zone

Wet n Wild Eye Shadow E738 Comfort Zone

 

Sweet Look : ทาเฉพาะเบอร์ 1  (แถวสองคือเบอร์ 5)

Flirty look : 1+2   (แถวสองคือ 5+6)

Dramatic Look : 1+2+3  (แถวสองคือ 5+6+7)

Wild Look : 1+2+3+4  (แถวสองคือ 5+6+7+8)

Wet n Wild Eye Shadow E738 Comfort Zone

Wet n Wild Eye Shadow E738 Comfort Zone

 

Wet n Wild Color icon Eye Shadow Palette – E736 Petal Pusher (ราคา 299 บาท, ปริมาณ 8 g)

ตามชื่อพาเลท สีจะออกแนว pastel นะคะ โดยมันให้ look หวานๆ โรแมนติกๆ โดยสีที่แปลกๆ น่าจะเป็นเบอร์ 1 swatch ออกมาทีแรกมันเป็นผงๆ พอทาดูแล้วมันมีเหลือบๆ สวยดีเหมือนกัน แต่เสียที่เป็นแป้งมากเกินไปอีกสีที่ชอบก็จะเป็นเบอร์ 6 กับ 8 โดยเบอร์ 6 สีแปลกดีตัวแอดมินไม่เคยมีสีโทนนี้ แล้วเบอร์ 8 palette นี้เป็นอะไรที่ใช้แทน blackout ของ Naked 2 ได้เลยนะคะ โดยรวมแล้วตัว Eye Shadow Palette ของ Wet n Wild นี่คุ้มค่าคุ้มราคาดี ถึงแม้ว่าบางตัวจะเม็ดสีไม่จัด แต่ด้วยในราคาระดับนี้ถือว่าโอเคแล้วค่ะ

Wet n Wild Eye Shadow E736 Petal Pusher

Wet n Wild Eye Shadow E736 Petal Pusher

Wet n Wild Eye Shadow E736 Petal Pusher

Wet n Wild Eye Shadow E736 Petal Pusher

 

Wet n Wild Color icon Blusher – E831E, E832E (ราคา 199 บาท, ปริมาณ 4 g)

เดิมทีแอดเคยรีวิวสี E831E Pearlscent Pink ไปแล้ว รอบนี้ไปถอยอีกเบอร์นึงมาคือ E832E Heather Silk โดยตัวนี้จะไม่มีวิ้งเหมือนตัว Pearlscent Pink ค่ะ สีชมพูสวย เม็ดสีจัด เหมาะแก่การพกพา เพราะมีแปรงมาให้ด้วย แนะนำให้ปัดแต่น้อยนะคะ เพราะสีจัดมาก (รีวิวสี E831E Pearlscent Pink)

 

Wet n Wild Blusher

Wet n Wild Blusher

Wet n Wild Blusher E831E, E832E

Wet n Wild Blusher E831E, E832E

 

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette – E61462 (ราคา 249 บาท, ปริมาณ 6.5g)

เคยดูในรีวิวของต่างประเทศแล้วอยากได้มากๆ แม่ค้าก็ไม่ค่อยหิ้วมาขาย หรือมีขายแต่แอดไม่รู้หรือเปล่าอันนี้ก็ไม่แน่ใจนะคะ พอมีวางขายในไทย ก็เลยไม่ลังเลที่จะซื้อมาใช้เลย เพราะมันคุ้มมากเป็นทั้ง concealer, brightener และ highlight โดยเรียงคุณสมบัติตามเบอร์ดังนี้ค่ะ

1 – Brightens  เอาไว้ใช้ใต้รอบดวงตา

2 – Neutralizes ใช้กลบรอยแดง รอยสิว จุดด่างดำ

3 – Highlights ใช้ตรงใช้คิ้วหรือ Browbone และสันจมูก

4 – Covers ใช้ปกปิดรอยด่างดำหรือรอยสิว

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette Swatches

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette Swatches

 

Wet n Wild Megalast Liquid Lip Color – E921A Red my mind (ราคา 139 บาท, ปริมาณ 6.8ml)

เค้าเคลมว่าสีติดทนนานถึง 8 ชม. พร้อมเม็ดสีเข้มข้น ช่วยบำรุงริมฝีปาก คือมันเป็นเนื้อแมท แล้วมันก็แห้งมากๆ คืออาจเป็นคนที่ริมฝีปากแห้งง่ายอยู่แล้ว พอทาเจ้าตัวนี้ไปรู้สึกว่ามันแห้งเหมือนถูกสต๊าฟปากเอาไว้เลย กลิ่นก็ไม่โอเคนะคะ กลิ่นเหมือนกาวหลอดอ่ะค่ะ ตัว applicator หรือแปรงทาที่มากับลิปสติกนี่ ทาง่ายดี ในรูปคือทาโดยที่ไม่ได้ลงลิปไลน์เนอร์ใดๆเลย ก็ด้วยฝีมือบ้านๆแบบแอดมินใช้ applicator ที่ให้มาทาออกมาได้ขนาดนี้ก็โอเคอยู่นะ 55 ส่วนเรื่องเม็ดสี ติดทนนานมากๆ แต่อย่างที่บอกว่าแอบแห้งไปหน่อย คงใช้ควบคู่กับ lip balm ดีกว่าแต่ความติดทนอาจลดลง พอรับได้ค่ะ

Wet n Wild Liquid Lip Color - E921A Red my mind

Wet n Wild Liquid Lip Color – E921A Red my mind

Wet n Wild Liquid Lip Color - E921A Red my mind

Wet n Wild Liquid Lip Color – E921A Red my mind

 

 

รีวิว & ราคา Peripera Smile Fit Blusher

เพื่อนๆ หลายคนคงยังไม่เคยได้ยินแบรนด์นี้กันนะคะ ตัวแอดมินเองก็ไม่รู้จักหรอกค่ะ ไปเดินเล่นใน Tops Super Market ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว (อีกแล้ว) เดิน swatch เครื่องสำอางค์แบรนด์นู้นแบรนด์นี้ ไปสะดุดตากับ Blusher ของยี่ห้อนี้ขึ้นมา ลองปาดเล่นๆ โอ้โห สีมันสวย pigment ดีมากๆ เลยไปหาข้อมูล รู้มาว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศเกาหลีค่ะ ซึ่ง Beauty Guru เมืองนอกก็ได้มีทำรีวิวไว้บ้างแล้ว ยังไงลองไปดูกันค่ะ

Peripera Smile Fit Blusher

Peripera Smile Fit Blusher

 

ดูที่กล่องและ packaging น่ารักดี ตัวเนื้อพลาสติกหนาดีสมราคาค่ะ และพอเปิดข้างในมีกระจก!! แล้วด้านล่างมีแปรงเล็กๆ มาอีก!! ตื่นเต้นมาก 555 เพราะในราคา 300 บาท ได้ขนาดนี้และด้วยเม็ดสีแถมวิ้งเงินๆ แล้วถือว่าโอเคเลย ตัวแปรงเล็กที่ให้มาขนาดกำลังเหมาะแก้มเลย อิอิ ขนแปรงดีมากเลยถ้าเทียบกับพวกแปรงแถมๆมากับตลับ ขนแปรงอัดแน่นดี ด้ามจับก็ถนัดมือ ปาดบนแก้มทีเดียวเลยไม่ต้องลงซ้ำๆ

Peripera Smile Fit Blusher by Karmart

Peripera Smile Fit Blusher by Karmart

 

Peripera Smile Fit Blusher – #5 Coral Orange (ราคาเต็ม 495 บาท, ราคาโปรโมชั่น 300 บาท / หาซื้อได้ที่ Tops Super Market Central ลาดพร้าวและร้าน Karmart)

ถ้าพูดถึงเม็ดสีหรือ pigment ของ product  โอเอ็มจี! สีมันสวยมากอ่ะ ปาดสีออกมาชัดในครั้งเดียว แถมวิ้งให้ด้วย (ถ้าใครไม่ชอบวิ้งก็เศร้าค่ะ) แต่จริงๆตัวแอดเป็นคนไม่ชอบวิ้งๆ นะยังหลงรักตัวนี้เลย เคยไป swatch Rimmel Blusher น่าจะสี Live Pink นะคะ ซึ่งจะออกแนววิ้งเงินๆเหมือนกัน คือสีมันหายเร็วมากแล้วเม็ดสีก็ไม่แน่นเท่า Peripera เลย ด้วยราคา Rimmel ที่แม่ค้าหิ้วมา 250-300 บาทในปริมาณแค่ 5g กับของ Peripera แล้ว 8g ราคา 300 บาทซื้อตัวนี้ดีกว่าค่ะ ซึ่งเจ้าแบรนด์ Peripera นี่นำเข้าโดยบริษัท Karmart Thailand ส่วนตัวชอบบริษัทนี้นะคะ เพราะเป็นแบรนด์คนไทย แล้วก็แตกไลน์หาผลิตภัณฑ์จากตปท เข้ามาขยายธุรกิจตัวเอง ที่ชมนี่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทนี้เลย เพียงแต่เคยดูรายการที่สัมภาษณ์เจ้าของคาร์มาร์ท คุณวิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล เค้ามี vision ดี แล้วสินค้าเค้าก็โอเคด้วย

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture - https://www.facebook.com/periperathailand)

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture – https://www.facebook.com/periperathailand)

 

ข้อเสียของ Peripera อาจจะไม่โดยตรงนะคะ คือตอนที่เลือกซื้อสินค้าที่ท๊อปเนี่ย ตรงเคาน์เตอร์มันมีตัว tester ก็จริงแต่ดันไม่ติดเบอร์ไว้ เลยต้องมานั่งแกะกล่องเปิดดูสีข้างใน ซึ่งอันนี้ไม่อยากทำเลย เพราะมองว่าถ้าเป็นเราหรือใครมาเปิด แล้วมันมีโอกาสทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นเสียหายได้ แถมเชื้อโรคในอากาศเข้าไปอีก (ฟังดูอาจจะเวอร์หน่อย) เลยไม่แน่ใจว่าปกติมีพนักงานคอยหยิบสินค้าให้หรือเปล่า แต่จริงๆมันควรอำนวยความสะดวกลูกค้า สื่อสารชัดเจนจะได้ง่ายแก่การเลือกซื้อน่ะค่ะ แอดลองสังเกตุผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆดู ก็เป็นเหมือนกันไม่มีเบอร์ติด อันนี้ลำบากบางคนขี้เกียจแกะก็ไม่อยากซื้อแล้ว

ออกนอกเรื่องไปซะเยอะมาดูสีที่ swatch กันดีกว่า Peripera Smile Fit Blusher ตัวนี้ราคาเต็ม 495 บาท ปริมาณ 8g แต่แอดได้มาในราคาโปรโมชั่นนะคะ 300 บาท พอ swatch แล้วนึกถึง Sleek Blush ขึ้นมาทันที แต่ตัว Sleek นี่จะวิ้งทองๆ ถ้าเทียบ Packaging ของ Sleek ก็มีกระจกมาให้ด้วย แต่ไม่มีแปรง พลาสติกด้านนอกของ Sleek จะดูแข็งแรงกว่า Design ออกแนว High Brand แบบ NARS แต่ของ Peripera นี่เกาหลีจัดๆมาเลย ถ้าเทียบความชัดเจนของเม็ดสีหรือ pigment ของ Peripera #5 Coral Orange นี่เนื้อดีกว่ามากค่ะ คือตัว Sleek ก็เม็ดสีชัด (ตามที่เคยรีวิวไว้ คลิ๊กที่นี่) แต่มันทองฟุ้งๆ เลยทำให้เม็ดสีไม่เข้มเท่า แต่ถ้าชอบวิ้งและสีจัดๆ ต้องตัวนี้เลย Peripera

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

Peripera Brush

Peripera Brush

 

ในไลน์ของ Peripera Smile Fit Blusher มีรวมทั้งหมด 7 สี คือ

No.1 Pink Highlighter

No.2 Vanilla Pink

No.3 Pink Rose

No.4 Peach Orange

No.5 Coral Orange

No.6 Rose Bronze

No.7 White Shine

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture - https://www.facebook.com/periperathailand)

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture – https://www.facebook.com/periperathailand)

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

 

ถามว่าสีที่ swatch ออกมาแล้วให้ pigment ที่ชัดเจนน่าจะเป็น No.3 No.5 No.6 ซึ่งตัดเบอร์ที่สีอ่อนทิ้งไป และตัดเบอร์  6 (น้ำตาล) เพราะมันใช้ shading  ที่ยังไม่ซื้อ No.3 มาใช้เพราะลองปาดดูแล้วมันดูชมพูแป้งๆไป จะคล้ายๆ ของ Etude ที่มีอยู่แล้วเลยเอา No.5 Coral Orange มาก่อน ซึ่งชอบมากมายเลยค่ะ ส่วนใครที่จะหาซื้อ Highlight นี่ต้องเบอร์ 1 กับ 7 เลย ปาดดูแล้วโอเคค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์ Highlight ของเกาหลีแทบทุกยี่ห้อทำดีเกือบหมดนะคะ เม็ดสีมันจะไม่หยาบ เหมาะกับสาวเอเชียดีค่ะ

 

 

Search

Categories

Recent Posts

Recent Comments