Browsing all articles tagged with แปรง Archives | Planet2go.COM

It’s a dup of Etude Brow Pencil from Daiso Japan!

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆเคยไปร้าน Daiso กันใช่รึเปล่า บางคนอาจจะไม่รู้ว่าร้านไดโสะมีขายเครื่องสำอางค์ด้วย ตัวแอดมินเคยทราบมาว่าที่ญี่ปุ่นเครื่องสำอางค์ร้าน Daiso เนี่ยคุณภาพดีเลย แล้วราคาก็ไม่แพงด้วย ส่วนในประเทศไทยหลังๆก็เริ่มมีเครื่องสำอางค์ขายบ้างแล้ว บางคนก็ไม่แน่ใจว่าใช้แล้วจะหน้าพังหรือเปล่า ตัวแอดฯคิดว่าต้องทดลองเลือกใช้เป็นบางอย่างนะคะ ถ้าเป็นพวกปัดแก้ม ลิปสติก หรือยาทาเล็บ Daiso ประเทศไทยจะให้ทางบริษัทชีเน่ (SHEENe) เป็นคนผลิตให้ค่ะ แต่วันนี้จะมารีวิวดินสอเขียนคิ้วสองยี่ห้อ มันเหมือนๆๆๆ กันมากไปดูกันเลยจ้า

 

Etude Drawing Pencil VS Daiso Brow Pencil

Etude Drawing Pencil VS Daiso Brow Pencil

 

Etude House Drawing Eye Brow – สี 03 น้ำตาลแดง (ราคา 100 บาท, ปริมาณ 0.2 g)

ดินสอเขียนคิ้วตัวนี้มีสองหัวนะคะ ด้านนึงเป็นเนื้อดินสอหมุนออโต้ อีกด้านเป็นแปรง ซึ่งขอบอกว่ามันนิ่มมาก น้ำตาลเบอร์ 03 จะออกแดงสุดในบรรดา 6 สีของ Etude ค่ะ เขียนง่ายไม่ว่าจะเป็นแนวนอนเพื่อวาดขอบ หรือจะเขียนแนวตั้งเพื่อระบายคิ้วให้เต็มรูปก็สะดวกสบายนะ ใช้งานง่ายเหมาะกับคนเพิ่งหัดเขียนคิ้วดีค่ะ ไม่มี fall out เหมือนพวกเวลาใช้เป็นแบบ powder ค่ะ

6 colors of Etude Drawing Pencils

6 colors of Etude Drawing Pencils

 

Daiso Brow Pencil – สี Dark Brown (ราคา 60 บาท, ปริมาณ 0.3 g)

กรี๊ดแตกเมื่อไปร้านไดโสะแล้วเจอเจ้าสิ่งนี้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นตัวแท่งที่มีสองหัวเหมือน Etude และด้วยราคาที่ถูกกว่า แถม Made in Korea ด้วย โดยของ Daiso ตัวนี้สีจะเทียบกับเบอร์ Etude เบอร์ 02 นะคะจะเข้มกว่าEtude เบอร์ 03 ส่วนตัวรู้สึกว่าของ Daiso เขียนดีกว่า นิ่มกว่า และหัวแปรงยาวกว่า Etude นิดหน่อย แต่ขนแปรงนิ่มพอๆกันนะคะ ด้วยราคาที่ถูกและปริมาณที่มากกว่า แอดฯ แนะนำให้เพื่อนๆไปลองสอยมาใช้กันดูเลยค่ะ แล้วจะติดใจ

Daiso Packaging with 2 pencil caps.

Daiso Packaging with 2 pencil caps.

 

ด้านล่างจะเป็นรูปเปรียบเทียบระหว่างสองยี่ห้อนะคะ

Automatic Twisted Cream Pencil of Daiso & Etude

Automatic Twisted Cream Pencil of Daiso & Etude

Brush of Daiso VS Etude

Brush of Daiso VS Etude

Daiso #Dark Brown VS Etude #03

Daiso #Dark Brown VS Etude #03

 

ขอบคุณที่แวะชมเพจแล้วเจอกันใหม่ Blog หน้า บายๆคร้า

 

 

รีวิว & ราคา Peripera Smile Fit Blusher

เพื่อนๆ หลายคนคงยังไม่เคยได้ยินแบรนด์นี้กันนะคะ ตัวแอดมินเองก็ไม่รู้จักหรอกค่ะ ไปเดินเล่นใน Tops Super Market ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว (อีกแล้ว) เดิน swatch เครื่องสำอางค์แบรนด์นู้นแบรนด์นี้ ไปสะดุดตากับ Blusher ของยี่ห้อนี้ขึ้นมา ลองปาดเล่นๆ โอ้โห สีมันสวย pigment ดีมากๆ เลยไปหาข้อมูล รู้มาว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศเกาหลีค่ะ ซึ่ง Beauty Guru เมืองนอกก็ได้มีทำรีวิวไว้บ้างแล้ว ยังไงลองไปดูกันค่ะ

Peripera Smile Fit Blusher

Peripera Smile Fit Blusher

 

ดูที่กล่องและ packaging น่ารักดี ตัวเนื้อพลาสติกหนาดีสมราคาค่ะ และพอเปิดข้างในมีกระจก!! แล้วด้านล่างมีแปรงเล็กๆ มาอีก!! ตื่นเต้นมาก 555 เพราะในราคา 300 บาท ได้ขนาดนี้และด้วยเม็ดสีแถมวิ้งเงินๆ แล้วถือว่าโอเคเลย ตัวแปรงเล็กที่ให้มาขนาดกำลังเหมาะแก้มเลย อิอิ ขนแปรงดีมากเลยถ้าเทียบกับพวกแปรงแถมๆมากับตลับ ขนแปรงอัดแน่นดี ด้ามจับก็ถนัดมือ ปาดบนแก้มทีเดียวเลยไม่ต้องลงซ้ำๆ

Peripera Smile Fit Blusher by Karmart

Peripera Smile Fit Blusher by Karmart

 

Peripera Smile Fit Blusher – #5 Coral Orange (ราคาเต็ม 495 บาท, ราคาโปรโมชั่น 300 บาท / หาซื้อได้ที่ Tops Super Market Central ลาดพร้าวและร้าน Karmart)

ถ้าพูดถึงเม็ดสีหรือ pigment ของ product  โอเอ็มจี! สีมันสวยมากอ่ะ ปาดสีออกมาชัดในครั้งเดียว แถมวิ้งให้ด้วย (ถ้าใครไม่ชอบวิ้งก็เศร้าค่ะ) แต่จริงๆตัวแอดเป็นคนไม่ชอบวิ้งๆ นะยังหลงรักตัวนี้เลย เคยไป swatch Rimmel Blusher น่าจะสี Live Pink นะคะ ซึ่งจะออกแนววิ้งเงินๆเหมือนกัน คือสีมันหายเร็วมากแล้วเม็ดสีก็ไม่แน่นเท่า Peripera เลย ด้วยราคา Rimmel ที่แม่ค้าหิ้วมา 250-300 บาทในปริมาณแค่ 5g กับของ Peripera แล้ว 8g ราคา 300 บาทซื้อตัวนี้ดีกว่าค่ะ ซึ่งเจ้าแบรนด์ Peripera นี่นำเข้าโดยบริษัท Karmart Thailand ส่วนตัวชอบบริษัทนี้นะคะ เพราะเป็นแบรนด์คนไทย แล้วก็แตกไลน์หาผลิตภัณฑ์จากตปท เข้ามาขยายธุรกิจตัวเอง ที่ชมนี่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทนี้เลย เพียงแต่เคยดูรายการที่สัมภาษณ์เจ้าของคาร์มาร์ท คุณวิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล เค้ามี vision ดี แล้วสินค้าเค้าก็โอเคด้วย

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture - https://www.facebook.com/periperathailand)

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture – https://www.facebook.com/periperathailand)

 

ข้อเสียของ Peripera อาจจะไม่โดยตรงนะคะ คือตอนที่เลือกซื้อสินค้าที่ท๊อปเนี่ย ตรงเคาน์เตอร์มันมีตัว tester ก็จริงแต่ดันไม่ติดเบอร์ไว้ เลยต้องมานั่งแกะกล่องเปิดดูสีข้างใน ซึ่งอันนี้ไม่อยากทำเลย เพราะมองว่าถ้าเป็นเราหรือใครมาเปิด แล้วมันมีโอกาสทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นเสียหายได้ แถมเชื้อโรคในอากาศเข้าไปอีก (ฟังดูอาจจะเวอร์หน่อย) เลยไม่แน่ใจว่าปกติมีพนักงานคอยหยิบสินค้าให้หรือเปล่า แต่จริงๆมันควรอำนวยความสะดวกลูกค้า สื่อสารชัดเจนจะได้ง่ายแก่การเลือกซื้อน่ะค่ะ แอดลองสังเกตุผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆดู ก็เป็นเหมือนกันไม่มีเบอร์ติด อันนี้ลำบากบางคนขี้เกียจแกะก็ไม่อยากซื้อแล้ว

ออกนอกเรื่องไปซะเยอะมาดูสีที่ swatch กันดีกว่า Peripera Smile Fit Blusher ตัวนี้ราคาเต็ม 495 บาท ปริมาณ 8g แต่แอดได้มาในราคาโปรโมชั่นนะคะ 300 บาท พอ swatch แล้วนึกถึง Sleek Blush ขึ้นมาทันที แต่ตัว Sleek นี่จะวิ้งทองๆ ถ้าเทียบ Packaging ของ Sleek ก็มีกระจกมาให้ด้วย แต่ไม่มีแปรง พลาสติกด้านนอกของ Sleek จะดูแข็งแรงกว่า Design ออกแนว High Brand แบบ NARS แต่ของ Peripera นี่เกาหลีจัดๆมาเลย ถ้าเทียบความชัดเจนของเม็ดสีหรือ pigment ของ Peripera #5 Coral Orange นี่เนื้อดีกว่ามากค่ะ คือตัว Sleek ก็เม็ดสีชัด (ตามที่เคยรีวิวไว้ คลิ๊กที่นี่) แต่มันทองฟุ้งๆ เลยทำให้เม็ดสีไม่เข้มเท่า แต่ถ้าชอบวิ้งและสีจัดๆ ต้องตัวนี้เลย Peripera

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

Peripera Brush

Peripera Brush

 

ในไลน์ของ Peripera Smile Fit Blusher มีรวมทั้งหมด 7 สี คือ

No.1 Pink Highlighter

No.2 Vanilla Pink

No.3 Pink Rose

No.4 Peach Orange

No.5 Coral Orange

No.6 Rose Bronze

No.7 White Shine

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture - https://www.facebook.com/periperathailand)

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture – https://www.facebook.com/periperathailand)

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

 

ถามว่าสีที่ swatch ออกมาแล้วให้ pigment ที่ชัดเจนน่าจะเป็น No.3 No.5 No.6 ซึ่งตัดเบอร์ที่สีอ่อนทิ้งไป และตัดเบอร์  6 (น้ำตาล) เพราะมันใช้ shading  ที่ยังไม่ซื้อ No.3 มาใช้เพราะลองปาดดูแล้วมันดูชมพูแป้งๆไป จะคล้ายๆ ของ Etude ที่มีอยู่แล้วเลยเอา No.5 Coral Orange มาก่อน ซึ่งชอบมากมายเลยค่ะ ส่วนใครที่จะหาซื้อ Highlight นี่ต้องเบอร์ 1 กับ 7 เลย ปาดดูแล้วโอเคค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์ Highlight ของเกาหลีแทบทุกยี่ห้อทำดีเกือบหมดนะคะ เม็ดสีมันจะไม่หยาบ เหมาะกับสาวเอเชียดีค่ะ

 

 

รีวิว Sephora Haul January – February 2014

Sephora Haul Jan-Feb 2014

Sephora Haul Jan-Feb 2014

ร้าน Sephora เปิดมาตั้งแต่ปลายปี 2013 แต่ตัวแอดมินไม่ค่อยได้ของอะไรกับเค้ามากเท่าไร ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากแย่งกับสาวๆคนอื่นนะคะ แต่พอรอช่วงให้คนเริ่มซาๆ กลับกลายเป็นว่าของบางตัวที่แอดเล็งไว้ก็หมดสต๊อกซะงั้น อย่างลิปสติกบางสี บางรุ่นจนถึงปัจจุบันยังไม่มีของเลย แต่แอดก็โชคดีที่สอยมาได้ก่อนเพื่อนๆ แอด (55 มีแอบเยาะเย้ยเพื่อน) ไปดูกันเลยจ้า

Sephora Rouge veloute sans transfert – Cream lip stain (#05 Easy Pink, 5 ml ราคา 470 บาท)

Sephora Cream lip stain #05

Sephora Cream lip stain #05

สียอดฮิตหมดเร็วมากๆค่ะ swatch ออกมาแล้วสวยงามมาก มีมุกน้อยๆ สีติดแน่นทนนาน แต่จะรู้สึกแห้งไปหน่อย แต่ด้วยคุณสมบัติของ lip stain มันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว พอรับได้ค่ะ กลิ่นหอมวนิลลา คุ้มค่าคุ้มราคา *หมายเหตุ ตอนนี้ไปหาสีนี้ไม่มีเลยนะคะที่ช้อป ขายดีจริงๆ Made in Italy ค่ะ

 

Sephora Crayon lveres ultra vinyle – Ultra vinyl lip pencil (#07 Gorgeous Peach, 0.10 oz ราคา 440 บาท)

Sephora Ultra vinyl lip pencil #07

Sephora Ultra vinyl lip pencil #07

ถ้าเทียบปริมาณเป็น ml แล้วแท่งนี้จะอยู่ที่ 2.95 ml นะคะ แต่เนื่องจากเป็นแท่งไม่ใช่น้ำเลย convert ปริมาณกันให้เห็นภาพนิดนึง เนื้อสีคมชัดดีและมีความชุ่มชื้นมากกว่าตัว lipstain แม้ทาไปแล้วบนปากก็ยังรู้สึกชุ่มชื้นเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร หากลงซ้ำหลายรอบสีมันจะออกแดงมากว่าที่เห็นในแท่ง ถ้าเทียบสองสีระหว่าง Easy Pink กับ Gorgeous Peach เหมือนจะใกล้เคียงกันแต่อันหลังออกแดงกว่าค่ะ ถามว่าชอบตัวไหนมากกว่า แอดชอบสีของ Easy Pink มากกว่าแต่ชอบเนื้อของ Gorgeous Peach เอ๊ะยังไง ก็ทาตัวหลังลงก่อนตามด้วย lipstain เลย 555 แท่งนี้ Made in Germany (*สีนี้ก็หมดอีกเหมือนกัน)

Sephora #05 & #07 swatches

Sephora #05 & #07 swatches

 

Sephora Brush – Pro Smudge #11 (ราคา 620 บาท)

Sephora Pro Smudge #11

Sephora Pro Smudge #11

คือนึกถึงเวลาเราจะ smudging eye liner ทีไรหาแปรงดีๆ เหมาะๆ ไม่ค่อยเจอนะคะ พอแอดเจอตัวนี้รีบคว้าทันที ขนแปรงแน่นดีมาก ไม่แข็งแทงเปลือกตาด้วย ใช้ดีทีเดียว และด้วยราคาแค่ 620 บาท ก็ถือว่าพอใช้ได้ ไม่ถูกไม่แพงเกินไป ตัวด้ามและฐานแสตนเลสก็แน่นหนาแข็งแรง สู้กับแปรง MAC ได้เลย

 

Sephora Disk Bronzing Power – Medium #02 , 30 g (ราคา 600 บาท)

Sephora Disk Bronzing Power – Medium #02

Sephora Disk Bronzing Power – Medium #02

ด้วยความเป็นคนที่ชอบใช้บรอนเซอร์ถาดใหญ่ๆ (เดิมใช้ของ Essence 15g, ราคา 200 บาท) ตอนนี้เหมือนลดขนาด พอมาเจอของ sephora แล้วชั่งใจก่อนทีแรก เพราะราคามันตั้ง 600 บาท แต่หารู้ไม่ว่าปริมาณตั้ง 30g ในรุ่นนี้จะมีสองสีนะคะ คือ light & medium ด้วยความขี้เกียจบรรจง build สีจึงเลือกสีเข้มไว้ก่อนถ้ามันเยอะไปค่อยกลบด้วยแป้ง เน้นสีแน่นลงน้อยๆ จะได้ไม่เปลือง 555 ตัว packaging เลิศมาก กระจกบานใหญ่แต่แอบเปิดยากเล็กน้อย เพราะกลัวหลุดมือ เม็ดสีชัดสุดๆ แนะนำให้ไปหาซื้อมาใช้กัน ทางร้านซีฟอร่าเองก็บอกว่าขายดีมากๆ ให้รีบซื้อเดี๋ยวหมด หลังจากที่แอดจัดไปหนึ่งถาด อีกวีคไปดู สินค้าหมดจริงๆด้วย ขายดีมาก

 

Sephora Rouge – #04 The Red (ปริมาณ 0.14 oz, ราคา 470 บาท) Made in France

Sephora Rouge - #04 The Red

Sephora Rouge – #04 The Red

โอ้…เมื่อ swatch ออกมาแม่เจ้าสีมันช่างชัด จัด เจ็บจริงๆค่ะ แต่กลิ่นไม่ผ่าน มันไม่หอมหรือไม่เหม็นนะ กลิ่นมันคล้ายลิปแมททั่วไปๆ แต่ดีกว่าหน่อยนึง เพราะกลิ่นมันไม่แรง ก่อนทาลิปสติกสีแดงเค้าให้วาดขอบปากกันพลาดกันก่อน และนี่คือครั้งแรกที่แอดซื้อลิปแดงมาใช้ (ด้วยความที่จะไปดูคอนเสิรต์ Taylor Swift เพราะนางมี album concept คือ RED) แอดต้องหัดทาปากแดงเข้าว่า ในภาพจะเขียนขอบปากด้วย NYX เรื่องไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นคือ เมื่อทานอาหารดื่มน้ำเช็ดปาก ส่องกระจก อุต๊ะ ปากแหว่ง…สีตรงกลางที่ทาลิปสติกแดงไว้หายไปเฉยเหลือแต่ขอบปากแดงๆไว้ ตลกมากๆ ตอนแรกกะว่าจะไม่เอาลิปสติกพกไป เพราะคิดว่าปากแดงแรงอยู่แล้วคงไม่ต้องเติม อันนี้ไม่เติมไม่ได้ค่ะ อายมวลมหาประชาชนสุดๆ สรุปมันก็ติดดีถ้าไม่เผลอไปเช็ดปากหลังทานอาหารนะ

ทั้งหมดก็เป็น Sephora Haul เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2014 ใครอยากดูรีวิว Sephora Cleanser คลิ๊กที่นี่เลยจ้า

Search

Categories

Recent Posts

Recent Comments