Browsing all articles tagged with อายแชโดว์ Archives | Planet2go.COM

รีวิว & ราคา Wet n Wild Haul – May 2014  (Eye shadow Palette, Blusher, Concealer Palette)

Wet n Wild ทั้งหมดที่ได้มาซื้อมาจาก Tops Super Market สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว (ใต้ดิน) นะคะ ราคาแม่ค้าหิ้วแพงกว่าประมาณ 50-100 บาท แล้วที่เคยบอกไว้คือใน Tops เค้าจะมีให้ swatch ตามใจชอบเลยถ้าเพื่อนๆ ว่างก็ไปแวะชมกันได้ค่ะ

Wet n Wild Haul - May 2014

Wet n Wild Haul – May 2014

Wet n Wild Eye Shadow Coloricon 6 colors

Wet n Wild Eye Shadow Coloricon 6 colors

 

Wet n Wild Color icon Eye Shadow Palette – E738 Comfort Zone (ราคา 299 บาท, ปริมาณ 8 g)

ในพาเลทนี้จะออกโทรสีน้ำตาล ใช้เป็น everyday look ได้ เนื้ออายแชโดว์สีใช้ได้เลยทุกตัวยกเว้น ตัวที่เป็น Browbone color เพราะถ้าเทียบจากการ swatch กับเนื้อของพวก Naked แล้วเนี่ยสีมันจะอ่อนมากๆ นอกนั้นเม็ดสีใช้ได้เลยค่ะ ตัวที่โดดเด่นน่าจะเป็นเบอร์ 8 (ในภาพ) จะเป็นสี Dual Chrome มีเหลือบรุ้งๆ ด้วย สวยมากค่ะ โดยเค้าแบ่งประเภท look เอาไว้ตามสีที่เอามา mix & match คือ

Wet n Wild Eye Shadow E738 Comfort Zone

Wet n Wild Eye Shadow E738 Comfort Zone

 

Sweet Look : ทาเฉพาะเบอร์ 1  (แถวสองคือเบอร์ 5)

Flirty look : 1+2   (แถวสองคือ 5+6)

Dramatic Look : 1+2+3  (แถวสองคือ 5+6+7)

Wild Look : 1+2+3+4  (แถวสองคือ 5+6+7+8)

Wet n Wild Eye Shadow E738 Comfort Zone

Wet n Wild Eye Shadow E738 Comfort Zone

 

Wet n Wild Color icon Eye Shadow Palette – E736 Petal Pusher (ราคา 299 บาท, ปริมาณ 8 g)

ตามชื่อพาเลท สีจะออกแนว pastel นะคะ โดยมันให้ look หวานๆ โรแมนติกๆ โดยสีที่แปลกๆ น่าจะเป็นเบอร์ 1 swatch ออกมาทีแรกมันเป็นผงๆ พอทาดูแล้วมันมีเหลือบๆ สวยดีเหมือนกัน แต่เสียที่เป็นแป้งมากเกินไปอีกสีที่ชอบก็จะเป็นเบอร์ 6 กับ 8 โดยเบอร์ 6 สีแปลกดีตัวแอดมินไม่เคยมีสีโทนนี้ แล้วเบอร์ 8 palette นี้เป็นอะไรที่ใช้แทน blackout ของ Naked 2 ได้เลยนะคะ โดยรวมแล้วตัว Eye Shadow Palette ของ Wet n Wild นี่คุ้มค่าคุ้มราคาดี ถึงแม้ว่าบางตัวจะเม็ดสีไม่จัด แต่ด้วยในราคาระดับนี้ถือว่าโอเคแล้วค่ะ

Wet n Wild Eye Shadow E736 Petal Pusher

Wet n Wild Eye Shadow E736 Petal Pusher

Wet n Wild Eye Shadow E736 Petal Pusher

Wet n Wild Eye Shadow E736 Petal Pusher

 

Wet n Wild Color icon Blusher – E831E, E832E (ราคา 199 บาท, ปริมาณ 4 g)

เดิมทีแอดเคยรีวิวสี E831E Pearlscent Pink ไปแล้ว รอบนี้ไปถอยอีกเบอร์นึงมาคือ E832E Heather Silk โดยตัวนี้จะไม่มีวิ้งเหมือนตัว Pearlscent Pink ค่ะ สีชมพูสวย เม็ดสีจัด เหมาะแก่การพกพา เพราะมีแปรงมาให้ด้วย แนะนำให้ปัดแต่น้อยนะคะ เพราะสีจัดมาก (รีวิวสี E831E Pearlscent Pink)

 

Wet n Wild Blusher

Wet n Wild Blusher

Wet n Wild Blusher E831E, E832E

Wet n Wild Blusher E831E, E832E

 

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette – E61462 (ราคา 249 บาท, ปริมาณ 6.5g)

เคยดูในรีวิวของต่างประเทศแล้วอยากได้มากๆ แม่ค้าก็ไม่ค่อยหิ้วมาขาย หรือมีขายแต่แอดไม่รู้หรือเปล่าอันนี้ก็ไม่แน่ใจนะคะ พอมีวางขายในไทย ก็เลยไม่ลังเลที่จะซื้อมาใช้เลย เพราะมันคุ้มมากเป็นทั้ง concealer, brightener และ highlight โดยเรียงคุณสมบัติตามเบอร์ดังนี้ค่ะ

1 – Brightens  เอาไว้ใช้ใต้รอบดวงตา

2 – Neutralizes ใช้กลบรอยแดง รอยสิว จุดด่างดำ

3 – Highlights ใช้ตรงใช้คิ้วหรือ Browbone และสันจมูก

4 – Covers ใช้ปกปิดรอยด่างดำหรือรอยสิว

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette Swatches

Wet n Wild CoverALL Concealer Palette Swatches

 

Wet n Wild Megalast Liquid Lip Color – E921A Red my mind (ราคา 139 บาท, ปริมาณ 6.8ml)

เค้าเคลมว่าสีติดทนนานถึง 8 ชม. พร้อมเม็ดสีเข้มข้น ช่วยบำรุงริมฝีปาก คือมันเป็นเนื้อแมท แล้วมันก็แห้งมากๆ คืออาจเป็นคนที่ริมฝีปากแห้งง่ายอยู่แล้ว พอทาเจ้าตัวนี้ไปรู้สึกว่ามันแห้งเหมือนถูกสต๊าฟปากเอาไว้เลย กลิ่นก็ไม่โอเคนะคะ กลิ่นเหมือนกาวหลอดอ่ะค่ะ ตัว applicator หรือแปรงทาที่มากับลิปสติกนี่ ทาง่ายดี ในรูปคือทาโดยที่ไม่ได้ลงลิปไลน์เนอร์ใดๆเลย ก็ด้วยฝีมือบ้านๆแบบแอดมินใช้ applicator ที่ให้มาทาออกมาได้ขนาดนี้ก็โอเคอยู่นะ 55 ส่วนเรื่องเม็ดสี ติดทนนานมากๆ แต่อย่างที่บอกว่าแอบแห้งไปหน่อย คงใช้ควบคู่กับ lip balm ดีกว่าแต่ความติดทนอาจลดลง พอรับได้ค่ะ

Wet n Wild Liquid Lip Color - E921A Red my mind

Wet n Wild Liquid Lip Color – E921A Red my mind

Wet n Wild Liquid Lip Color - E921A Red my mind

Wet n Wild Liquid Lip Color – E921A Red my mind

 

 

สวัสดีค่ะ ห่างหายกันไปนาน วันนี้ได้ของเล่นมาใหม่ คือในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาเกิดอาการอยากได้ Eye Primer สักยี่ห้อหนึ่ง ดูใน youtube ก็เห็นมี review กันหลากหลายยี่ห้อ แต่ที่เน้น ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้น Urban Decay Eye Primer ซึ่งยังไม่มี shop ในเมืองไทยนะคะ อาจสั่งได้ตามเว็ปต่างๆ ผู้เขียนจึงหาทางเลือกอื่นที่เราสามารถลองได้จริงอะไรจริง จึงไปได้ Eye Primer ของ NYX & Revlon มาค่ะ โดยขอรีวิวจากการที่ได้ทดลองใช้ ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆค่ะ ซึ่งหวังว่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการหาซื้อ Eye Primer คุณภาพดีราคาไม่แพงมาใช้ค่ะ

Revlon Photoready Eye Primer & NYX Eye Base

Revlon Photoready Eye Primer & NYX Eye Base

 

NYX EYESHADOW BASE WHITE – ESB01  (ราคา150 บาท)

NYX Eye Base

NYX Eye Base

 

คุณสมบัติข้างขวดบอกว่า สำหรับ 100x more vivid color หรือสีชัดขึ้น 100 เท่า น้ำหนัก 0.25 oz หรือ 7 gram โดยผลิตที่ประเทศเกาหลีใต้ อันนี้ผู้เขียนดีใจมากเลยที่ไม่ได้ผลิตจากจีน เพราะเครื่องสำอางค์ที่ผลิตจากจีน อาจจะต้องดูแบรนด์นิดนึงว่ามีการ QC ที่ดีหรือเปล่านะคะ ตัวเนื้อครีมกำลังดีไม่เหลวหรือหนืดเกินไป เรื่องกลิ่นไม่ผ่านค่ะ เพราะมีกลิ่นเหมือนแป้ง กลิ่นคล้ายๆครีมกวนอิมเลยค่ะ โดยส่วนตัวไม่ชอบกลิ่น แต่เวลาทาบนเปลือกตา ก็ไม่ได้กลิ่นของผลิตภัณฑ์เพราะเราใช้แต่น้อยค่ะ สำหรับ Eye Base สีขาวส่วนใหญ่เหมาะสำหรับเฉดสีที่ต้องการให้เห็นเด่นชัด เช่นพวก smokey eyes แรงๆ Base ตัวนี้ช่วยทำให้สีแจ่มจริงๆค่ะ แต่คนผิวคล้ำอาจจะไม่ค่อยเหมาะกับ Base ตัวนี้เท่าไร เนื่องจากมีสีขาวเวลาเกลี่ยอาจใช้เวลานานเพื่อให้กลมกลืนกับผิว ข้อแนะนำในการใช้คือ ควรลงผลิตภัณฑ์แต่น้อยแล้วค่อย Build ไปเรื่อยๆนะคะ ไม่อย่างนั้นแล้วจะทำให้เวลาทา Eye Shadow จะดูหนาเกินไปไม่พอดีค่ะ

 

 

NYX EYESHADOW BASE SKIN TONE– ESB03  (ราคา150 บาท)

สำหรับขวดนี้ คุณสมบัติข้างขวดบอกว่า สำหรับ To hold, intensify and last longer คือเพื่อให้สีชัดและติดทนนาน อ่านดูคุณสมบัติแล้วน่าจะเหมาะกับใช้เป็นประจำทุกวันนะคะ น้ำหนักเท่ากับ NYX EYESHADOW BASE WHITE คือ 0.25 oz หรือ 7 gram และผลิตที่ประเทศเกาหลีใต้เช่นเดียวกันค่ะ เนื้อผลิตภัณฑ์เนียนมาก ถ้าเทียบกับสีขาวแล้วผู้เขียนชอบสีเนื้อมากกว่านะคะ อาจเป็นเพราะว่า เมื่อเกลี่ยแล้วดูเป็นธรรมชาติกลมกลืนไปกับผิว แต่มีกลิ่นแบบเดียวกับสีขาว ซึ่งไม่ผ่านค่ะ กลิ่นเชยไปนิดนึง เวลาลง Eye Base ทั้งสองตัวนี้หากลงหลังรองพื้น + แป้ง ไปแล้วเนี่ยจะทาแล้วเกลี่ยไม่ค่อยเนียนนะคะ เพราะคุณสมบัติเป็นเนื้อครีมค่อนไปทางแห้ง เหมาะสำหรับลงหลังรองพื้นทันทีหรือลง Base อย่างเดียวแล้วแต่งตาเลยค่ะ ซึ่งผู้เขียนเป็นคนที่ชอบลงรองพื้นก่อน + แป้งแล้วค่อยแต่งตา พอเอา Eye Base มาใช้ตามหลังจะรู้สึกว่ามันเกลี่ยยากแล้วให้ความรู้สึกหนาไปนิดนึง ซึ่งมันจะต่างกับพวก Primer ที่เป็น Water Base มากมายค่ะ ซึ่งเมื่อเปิดใช้แล้วสามารถเก็บไว้ได้ 12 เดือนนะคะ

โดยรวมเป็นผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าคุ้มราคามากกว่า ด้วยราคาเพียง 150 บาทแล้วก็มีสีให้เลือกใช้ตามแต่เฉดสีที่เราต้องการจะแต่งตา แต่อาจหาซื้อทั่วไปยากหน่อยค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์ NYX นั้นมีเคาท์เตอร์ที่เจ๊เล้งที่เดียวค่ะ

 

REVLON PHOTOREADY EYE PRIMER + BRIGHTENER – 003 (ราคา 450 บาท)

Revlon Photoready Eye Primer Tip & Swatch

Revlon Photoready Eye Primer Tip & Swatch

 

รูปทรงเป็นดินสอ ปลายเป็นพู่กัน โดยสามารถหมุนอีกด้านเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ออกมาตรงปลายพู่กันค่ะ เนื้อครีมมีสีเนื้ออมชมพู แอบมีวิ้งๆ ด้วยนะคะ โดยข้างกล่องบอกคุณสมบัติไว้ว่า ใช้ทาที่เปลือกตาก่อนลงอายแชโดว์ เพื่อช่วยให้สีอายแชโดว์สดชัด ติดทนนานและใช้ทาใต้ตา เพื่อเพิ่มความสว่าง ช่วยปกปิดรอยคล้ำใต้ตา โดยผลิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นำเข้าโดยบริษัท อาร์ที บิวตี้ แคร์ จำกัด ปริมาณ 2.4 มิลลิลิตร หรือ 0.08 fl. Oz. น้อยกว่าของ NYX เยอะมากๆค่ะ ราคาแพงกว่าด้วยนะคะ แต่สะดวกในการพกพา และเติมได้ระหว่างวัน มีกลิ่นหอมค่ะ เมื่อทาผลิตภัณฑ์ลงที่เปลือกตาแล้วเกลี่ยง่ายมาก แต่ควรใช้แต่น้อยๆ แล้วค่อยเพิ่มปริมาณนะคะ เพราะไม่เช่นนั้นจะดูว่อกเกินสำหรับคนที่มีผิวค่อนข้างคล้ำค่ะ แล้วเจ้า Revlon Primer ตัวนี้สามารถนำมาใช้ทาใต้ตาเพื่อปกปิดแพนด้าได้ด้วย ผู้เขียนมีแอบใช้เป็น highlighter ที่ดั้งด้วยค่ะ ก็พอใช้ได้ เมื่อเปิดใช้แล้วสามารถใช้ได้ 12 เดือนเช่นเดียวกันกับ NYX ค่ะ

โดยรวมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ง่ายสะดวกในการพกพา หาซื้อได้ตามเคาท์เตอร์ Revlon ทั่วไป ส่วนราคาแพงไปนิดนึงค่ะสำหรับ primer ที่เป็นยี่ห้อของ Drug Store

Swatch with Eye Primer & without Eye Primer

Swatch with Eye Primer & without Eye Primer

 

ก่อนจากกันวันนี้ผู้เขียนขอนำรูปที่ลงผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ชนิด ก่อนและหลังลงอายแชโดว์ โดยอายแชโดว์ที่ใช้เป็นของยี่ห้อ 4U2 Gemstone – Amber สีน้ำตาลเข้มค่ะ โดยมีก่อนล้างน้ำและหลังเช็ดน้ำออกจากผิวให้ดูกันด้วย โดยแถว A,B,C ไม่ได้รองพื้นด้วยผลิตภัณฑ์ใดๆ และทาทับหลายชั้นมากเพื่อให้ได้สีเข้มเท่ากับอันที่ลง primer ค่ะ  โดยจะสลับกับ Base แต่ละยี่ห้อนะคะ โดยแถวที่ลงด้วย Base นั้นใช้ทาเพียง 2 ครั้งก็สีเข้มอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ซึ่งถ้าดูแล้วผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ตัวนี้ ถือว่ากินกันไม่ขาดค่ะ ให้สีชัดติดแน่นทนนานแม้ผ่านการล้างน้ำประมาณ 2 นาที คงต้องแล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลแล้วค่ะว่าถนัดลงเป็นเนื้อครีมหรือแบบน้ำ หวังว่าคงช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านไม่มากก็น้อยนะคะ สำหรับวันนี้ขอจบรีวิว Eye Primer ไปเพียงเท่านี้ หากมีเวลาคราวหน้าจะมารีวิว Eye shadow ราคาถูกคุณภาพดีมาให้ติดตามกันค่ะ – บายบาย

 

 

A witty woman is a treasure; a witty beauty is a power. – George Meredith

 

Search

Categories

Recent Posts

Recent Comments