Browsing all articles tagged with ห้าง Archives | Planet2go.COM

รีวิว & ราคา Peripera Smile Fit Blusher

เพื่อนๆ หลายคนคงยังไม่เคยได้ยินแบรนด์นี้กันนะคะ ตัวแอดมินเองก็ไม่รู้จักหรอกค่ะ ไปเดินเล่นใน Tops Super Market ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว (อีกแล้ว) เดิน swatch เครื่องสำอางค์แบรนด์นู้นแบรนด์นี้ ไปสะดุดตากับ Blusher ของยี่ห้อนี้ขึ้นมา ลองปาดเล่นๆ โอ้โห สีมันสวย pigment ดีมากๆ เลยไปหาข้อมูล รู้มาว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศเกาหลีค่ะ ซึ่ง Beauty Guru เมืองนอกก็ได้มีทำรีวิวไว้บ้างแล้ว ยังไงลองไปดูกันค่ะ

Peripera Smile Fit Blusher

Peripera Smile Fit Blusher

 

ดูที่กล่องและ packaging น่ารักดี ตัวเนื้อพลาสติกหนาดีสมราคาค่ะ และพอเปิดข้างในมีกระจก!! แล้วด้านล่างมีแปรงเล็กๆ มาอีก!! ตื่นเต้นมาก 555 เพราะในราคา 300 บาท ได้ขนาดนี้และด้วยเม็ดสีแถมวิ้งเงินๆ แล้วถือว่าโอเคเลย ตัวแปรงเล็กที่ให้มาขนาดกำลังเหมาะแก้มเลย อิอิ ขนแปรงดีมากเลยถ้าเทียบกับพวกแปรงแถมๆมากับตลับ ขนแปรงอัดแน่นดี ด้ามจับก็ถนัดมือ ปาดบนแก้มทีเดียวเลยไม่ต้องลงซ้ำๆ

Peripera Smile Fit Blusher by Karmart

Peripera Smile Fit Blusher by Karmart

 

Peripera Smile Fit Blusher – #5 Coral Orange (ราคาเต็ม 495 บาท, ราคาโปรโมชั่น 300 บาท / หาซื้อได้ที่ Tops Super Market Central ลาดพร้าวและร้าน Karmart)

ถ้าพูดถึงเม็ดสีหรือ pigment ของ product  โอเอ็มจี! สีมันสวยมากอ่ะ ปาดสีออกมาชัดในครั้งเดียว แถมวิ้งให้ด้วย (ถ้าใครไม่ชอบวิ้งก็เศร้าค่ะ) แต่จริงๆตัวแอดเป็นคนไม่ชอบวิ้งๆ นะยังหลงรักตัวนี้เลย เคยไป swatch Rimmel Blusher น่าจะสี Live Pink นะคะ ซึ่งจะออกแนววิ้งเงินๆเหมือนกัน คือสีมันหายเร็วมากแล้วเม็ดสีก็ไม่แน่นเท่า Peripera เลย ด้วยราคา Rimmel ที่แม่ค้าหิ้วมา 250-300 บาทในปริมาณแค่ 5g กับของ Peripera แล้ว 8g ราคา 300 บาทซื้อตัวนี้ดีกว่าค่ะ ซึ่งเจ้าแบรนด์ Peripera นี่นำเข้าโดยบริษัท Karmart Thailand ส่วนตัวชอบบริษัทนี้นะคะ เพราะเป็นแบรนด์คนไทย แล้วก็แตกไลน์หาผลิตภัณฑ์จากตปท เข้ามาขยายธุรกิจตัวเอง ที่ชมนี่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทนี้เลย เพียงแต่เคยดูรายการที่สัมภาษณ์เจ้าของคาร์มาร์ท คุณวิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล เค้ามี vision ดี แล้วสินค้าเค้าก็โอเคด้วย

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture - https://www.facebook.com/periperathailand)

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture – https://www.facebook.com/periperathailand)

 

ข้อเสียของ Peripera อาจจะไม่โดยตรงนะคะ คือตอนที่เลือกซื้อสินค้าที่ท๊อปเนี่ย ตรงเคาน์เตอร์มันมีตัว tester ก็จริงแต่ดันไม่ติดเบอร์ไว้ เลยต้องมานั่งแกะกล่องเปิดดูสีข้างใน ซึ่งอันนี้ไม่อยากทำเลย เพราะมองว่าถ้าเป็นเราหรือใครมาเปิด แล้วมันมีโอกาสทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นเสียหายได้ แถมเชื้อโรคในอากาศเข้าไปอีก (ฟังดูอาจจะเวอร์หน่อย) เลยไม่แน่ใจว่าปกติมีพนักงานคอยหยิบสินค้าให้หรือเปล่า แต่จริงๆมันควรอำนวยความสะดวกลูกค้า สื่อสารชัดเจนจะได้ง่ายแก่การเลือกซื้อน่ะค่ะ แอดลองสังเกตุผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆดู ก็เป็นเหมือนกันไม่มีเบอร์ติด อันนี้ลำบากบางคนขี้เกียจแกะก็ไม่อยากซื้อแล้ว

ออกนอกเรื่องไปซะเยอะมาดูสีที่ swatch กันดีกว่า Peripera Smile Fit Blusher ตัวนี้ราคาเต็ม 495 บาท ปริมาณ 8g แต่แอดได้มาในราคาโปรโมชั่นนะคะ 300 บาท พอ swatch แล้วนึกถึง Sleek Blush ขึ้นมาทันที แต่ตัว Sleek นี่จะวิ้งทองๆ ถ้าเทียบ Packaging ของ Sleek ก็มีกระจกมาให้ด้วย แต่ไม่มีแปรง พลาสติกด้านนอกของ Sleek จะดูแข็งแรงกว่า Design ออกแนว High Brand แบบ NARS แต่ของ Peripera นี่เกาหลีจัดๆมาเลย ถ้าเทียบความชัดเจนของเม็ดสีหรือ pigment ของ Peripera #5 Coral Orange นี่เนื้อดีกว่ามากค่ะ คือตัว Sleek ก็เม็ดสีชัด (ตามที่เคยรีวิวไว้ คลิ๊กที่นี่) แต่มันทองฟุ้งๆ เลยทำให้เม็ดสีไม่เข้มเท่า แต่ถ้าชอบวิ้งและสีจัดๆ ต้องตัวนี้เลย Peripera

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

Peripera Brush

Peripera Brush

 

ในไลน์ของ Peripera Smile Fit Blusher มีรวมทั้งหมด 7 สี คือ

No.1 Pink Highlighter

No.2 Vanilla Pink

No.3 Pink Rose

No.4 Peach Orange

No.5 Coral Orange

No.6 Rose Bronze

No.7 White Shine

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture - https://www.facebook.com/periperathailand)

Peripera Smile Fit Blusher (Credit Picture – https://www.facebook.com/periperathailand)

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

Peripera Smile Fit Blusher NO.5 Coral Orange

 

ถามว่าสีที่ swatch ออกมาแล้วให้ pigment ที่ชัดเจนน่าจะเป็น No.3 No.5 No.6 ซึ่งตัดเบอร์ที่สีอ่อนทิ้งไป และตัดเบอร์  6 (น้ำตาล) เพราะมันใช้ shading  ที่ยังไม่ซื้อ No.3 มาใช้เพราะลองปาดดูแล้วมันดูชมพูแป้งๆไป จะคล้ายๆ ของ Etude ที่มีอยู่แล้วเลยเอา No.5 Coral Orange มาก่อน ซึ่งชอบมากมายเลยค่ะ ส่วนใครที่จะหาซื้อ Highlight นี่ต้องเบอร์ 1 กับ 7 เลย ปาดดูแล้วโอเคค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์ Highlight ของเกาหลีแทบทุกยี่ห้อทำดีเกือบหมดนะคะ เม็ดสีมันจะไม่หยาบ เหมาะกับสาวเอเชียดีค่ะ

 

 

Mistine Platinum Super Powder SPF22 PA++  VS

Mistine VIVID Super Lightening Extra Oil Control Powder SPF25 PA++

Thai / Japanese Press Powder

Mistine, Cezanne, Zendori Press Powder

จากที่ได้อ่านรีวิวเกี่ยวกับแป้งพัฟในเวปต่างๆ เห็นสาวๆ ส่วนใหญ่พูดถึง Mistine กันมาก เพราะราคาถูกและคุณภาพดี ด้วยความที่อยากลองว่ามันดีจริงหรือเปล่า จึงเริ่มปฏิบัติการตามล่าหาซื้อแป้งมิสทีนมาใช้ ตามหาในห้าง, วัตสัน มันไม่มีขายค่ะ แล้วทำยังไง จะให้ไปซื้อตามแผงเปิดท้ายขายของก็ไม่กล้า เลยเดินไปดูร้านที่ขายเครื่องสำอางค์ส่งแถวๆบ้าน มีขายเยอะมาก เห็นแล้วตื่นตาตื่นใจ และที่ตกใจไปกว่านั้น ราคาถูกสุดๆ มันถูกจนเราคิดว่า เฮ้ยของจริงเปล่าเนี่ย ซึ่งร้านก็ดูน่าเชื่อถือ แล้วก็เคลมว่าเป็นตัวแทนมิสทีน แล้วที่สำคัญคนเยอะมาก เพราะราคาขายถูกกว่าร้านทั่วๆไปในละแวกเดียวกัน

แป้งราคาถูกเนี่ย มีแต่คนบอกว่าใช้ดีราคาไม่แพง แต่ไม่เคยมีใครออกมาเคลมเลยว่าถ้าใช้ไปนานๆ แล้วหนังหน้าจะเหี่ยวเร็ว หรือมันจะมีสารที่ทำให้หน้าเราพังเร็วกว่าแป้งราคาแพงๆ หรือเปล่า พอเอาส่วนผสมมาเทียบแล้วมันก็ใส่สารคล้ายๆกัน เลยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วต้องเลือกแบบไหนกันแน่ เอาเป็นว่าถ้าของเค้าดี ราคาไม่แพง และที่สำคัญใช้แล้วไม่แพ้ เราก็น่าที่จะซื้อมาใช้เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าของเรา ถูกต้องไม๊คะ?

 

Mistine Platinum Super Powder SPF22 PA++  (ขนาด 10 กรัม, ราคาแคตตาล็อก 209 บาท, ราคาที่จัดมา 99 บาท)

Mistine Platinum Super Powder

Mistine Platinum Super Powder

Mistine Platinum Super Powder

Mistine Platinum Super Powder

Mistine Platinum Super Powder

Mistine Platinum Super Powder

หรือเรียกว่าแป้งอั้ม หน้าอั้มบนกล่องยังเด็กอยู่เลย 555 ตลับเรียบๆเงาๆ เป็นพลาสติกคุณภาพไม่ค่อยดีเท่าไร ส่วนตัวไม่ชอบกลิ่นแป้งเท่าไร กลิ่นไม่แรงเหมือนแป้งบางยี่ห้อ แต่ก็ไม่หอมเหมือนพวกเมย์เบลลีน ตัวแป้งเนื้อเนียนมาก แอบมีวิ้งๆด้วย ข้างกล่องบอกคุมมัน 9 ชั่วโมง ผิวเนียนใสถึง 12 ชม คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แค่ 5 ชม.ก็เริ่มเงาๆ ที่ทีโซนแล้ว แต่พอซับมันไม่ต้องเติมแป้งเพิ่มก็เนียนกริบเหมือนเดิม ดีสมคำร่ำลือจริงๆ  แต่ SPF น้อยไปหน่อย แต่แป้งตัวนี้ออกมาหลายปีแล้วถ้าจำไม่ผิดหน้าจะประมาณปี 2551 SPF22 ก็คงเป็นอะไรที่มากสุดแล้วในตอนนั้น สำหรับตัวนี้แอดมินใช้แปรงคาบูกิปัดหลังลงเบสเขียว อยู่ติดทนทั้งวัน แป้งมีทั้งหมด 3 สี คือ S1 ผิวขาว S2 ผิวกลาง และ S3 ผิวสองสี ราคาแคตตาล็อก 209 บาท แต่ซื้อมาแค่ 99 บาท ถูกมากค่ะ ส่วนคะแนนให้ 8/10 หักคะแนนตลับกับกลิ่น

 

Mistine VIVID Super Lightening Extra Oil Control Powder SPF25 PA++  (ขนาด 10 กรัม, ราคาแคตตาล็อก 189 บาท, ราคาที่จัดมา 89 บาท)

Mistine VIVID Press Powder

Mistine VIVID Press Powder

Mistine VIVID Press Powder

Mistine VIVID Press Powder

Mistine VIVID Press Powder

Mistine VIVID Press Powder

แป้งมิสทีนตัวใหม่ล่าสุด ปี 2556 น้องมิน พิชญาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ตลับสีสันสดใส ฝาดูดีแต่ตัวบอดี้พลาสติกแอบก๊องแก๊งอีกแล้ว แต่อย่างว่า ราคาเท่านี้ไปเน้นที่ตัวแป้งดีกว่า แป้งมีทั้งหมด 3 สี คือ S1 ผิวขาว S2 ผิวกลาง และ S3 ผิวสองสี ราคาเปิดตัว 189 บาท สินค้าเคลมว่าลดความมันในวินาทีแรกที่ใช้ และคุมมัน 9 ชม. และหน้าเนียนใสถึง 16 ชม. โอ้แม่เจ้า เนื้อแป้งจะบางกว่ารุ่นอั้ม แต่มีวิ้งเยอะกว่า ใช้แล้วจะไม่ค่อยรู้สึกหนักหน้ามาก เหมาะกับวันแต่งหน้าใสๆ เบาๆ ไม่ผจญภัยมากก็เอาอยู่ค่ะ สี S1 ที่แอดมินใช้ของรุ่น VIVID จะขาวกว่าของรุ่น Platinum หน่อยนึง รุ่น VIVID จะออกว่อกกว่านิดหน่อยแต่ก็ไม่มาก ให้คะแนน 8/10 เท่ากันกับรุ่น Platinum ค่ะ

 

แป้ง Zendori SPF12 UV Oil Free Foundation หรือ แป้งกระเทย (ขนาด 10 กรัม, ราคา 59 บาท)

Zendori Press Powder

Zendori Press Powder

Zendori Press Powder

Zendori Press Powder

แป้งอะไรถูกขนาดนี้ ถ้าไม่เห็นรีวิวว่าเป็นแป้งที่เนียนกริบ กระเทยไทยชอบใช้ ก็คงไม่รู้จักหรอกค่ะ แป้งนี้การันตีจากน้องที่ไปออกรายการเกมโชว์ น้องเค้าบอกว่าช่างแต่งหน้าใช้แป้งตัวนี้ตบและตบ เอาอยู่อีกแล้ว เด้งเนียนทั้งวัน ไม่มัน ถ้าจะให้แน่นขึ้นไปอีกให้ชุบฟองน้ำหมาด ปาดแป้งและตบบนหน้าเบาๆ ส่วนตัวลองแล้วกลิ่นไม่ไหวจริงๆค่ะ แรงมาก ปวดหัวกันเลยทีเดียว เนื้อแป้งหนาพอสมควร ซึ่งเหมาะสำหรับออกงานกลางแจ้งที่ต้องทนแดดทนฝน หรืองานกลางคืนที่ตบทีเดียวอยู่ แป้งนี้ช่วยได้จริงๆ เพื่อนๆหลายคนแอบจิกว่า ใช้แป้งถูกขนาดนี้กล้าใช้เหรอ ไม่กลัวหน้าพังหรือไง ตอบว่ากลัวค่ะ แต่ให้ใช้ทุกวันคงไม่ เพราะมันดูหนาและ cakey เกินไป แล้วกลิ่นก็ไม่ชอบเลยจริงๆ หมายเหตุ ควรล้างเครื่องสำอางค์ให้ดีๆ นะคะ มีแอบอุดตันด้วย แป้งมี 3 สี คือ 01 ผิวขาว 02 ผิวสองสี และ 03 ผิวสีแทน หาซื้อได้ตามตลาดนัด หรือ 7-11 ขนาด 10 กรัมค่ะ คะแนนให้ 7/10 หักคะแนนกลิ่นค่ะ

 

CEZANNE UV Foundation EX Plus SPF23 PA++ (ขนาด 6 กรัม, ราคารวมตลับ 440 บาท, ราคารีฟิล 330 บาท )

Cezanne UV Foundation EX Plus Powder

Cezanne UV Foundation EX Plus Powder

เค้าว่าเป็นแป้งเทพราคากลางๆ มาจากญี่ปุ่น บางคนอ่านว่าเซซานหรือเซซาเน่ หาซื้อได้ในวัตสันค่ะ แป้งเนียนมาก ใช้แล้วไม่ว่อกกลืนไปกับผิวเลย สีที่แอดมินใช้คือสี EX1 ขาวอมชมพู เวลาทาลงไปบนผิวแล้ว หลังแป้งเซทตัวให้ความรู้สึกไม่หนักหน้า ไม่ว่อกด้วยค่ะ โดยลงเบสเขียวก่อนแล้วใช้คาบูกิปัดทับ ใช้ดีจริงๆ แต่แอบน้อยไปหน่อยแค่ 6 กรัม จะไปขนาดเท่ากับพวก Maybelline Clear Smooth All in One รุ่นเจนนี่ แต่ราคาแรงกว่า แอดมินใช้เติมระหว่างวันก็ไม่เป็นคราบนะคะ โดยสินค้าเคลมว่าปราศจากเคมี/น้ำหอม/แอลกอฮอล์ ปลอดภัยชัวร์ ด้วยความขี้เหนียวแอดมินซื้อแต่รีฟิลมาลองใช้ล่ะ แอบลำบากเวลาพกพานิดนึง เพราะราคาตลับก็แรงอยู่ กลัวใช้แล้วแพ้เลยสอยรีฟิลมาแทนค่ะ แป้งมี 5 สี คือ EX1-EX4 ไล่สีจากขาวไปเข้ม ซึ่งทั้งหมดจะออกโทนชมพู แต่เซซานออกสีใหม่มาคือ EX5 เป็นโทนเหลือง แอดมินตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเอาโทนชมพูหรือโทนเหลืองดีเลยควักแป้งตัวเองเป็นแป้ง OP สี Perfect Peach ออกมาพบว่ามันตรงกับ EX1 มากกว่าเลยเลือกสีนี้ค่ะ ถามว่าคุมมันหรือเปล่า ตอบว่ากลางๆนะคะ ไม่เท่ามิสทีนหรือเมย์เบลลีน ใช้ตบระหว่างวันน่าจะเหมาะกว่า คะแนน 7/10 หักไม่คุมมันและปริมาณน้อยไปหน่อยค่ะ

 

แป้งฝุ่น Revlon Touch & Glow Extra Moisturizing Face Powder (ขนาด 24 กรัม ราคา 269 บาท)

Revlon Touch & Glow Face Powder

Revlon Touch & Glow Face Powder

Revlon Touch & Glow Face Powder

ปกติไม่เคยสนใจแป้งฝุ่นของเรฟลอนเลย แต่ด้วยความงก (อีกแล้ว) วัตสันจัดโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เลยจัดมาสองสีคือ Translucent #1, #2 ความแตกต่างของสีแป้งคือเบอร์ 1 ทาแล้วหน้าจะออกขาวกว่าเบอร์ 2 ซึ่งเบอร์ 2 จะให้ look ที่เป็นธรรมชาติมากกว่า แต่ตัวแอดมินเองสามารถใช้ได้ทั้งสองเบอร์นะคะ เพราะปกติเวลาลงเบสเขียวและบีบีครีมแล้วจะลงแป้งฝุ่น Translucent ก่อน แล้วใช้คาบูกิปัดทับด้วยแป้งพัฟอีกที แค่นี้เด้งเกือบทั้งวันแล้วค่ะ กลิ่นของแป้งตัวนี้โบราณมาก ขนาดคุณแม่แอดมินยังบอกเลยว่านี่มันกลิ่นแป้งรุ่นเก่านี่นา 555 ตัวพัฟที่มากับตลับก็ดูเรโทรสุดๆ แต่ทาแล้วเนียนดีค่ะ ราคาตอนยังไม่โปรก็ถือว่าโอเคนะคะ ยิ่ง 1 แถม 1 ยิ่งคุ้มสุดๆ ผลิตที่ประเทศอินโดนีเซีย คะแนนให้ 7/10 หักคะแนนเรื่องกลิ่นและพัฟ

แอดมินจะมารีวิว Korea Haul ในครั้งหน้าเพราะสั่งของเยอะมาก ใช้ไม่ทันจริงๆ แล้วก็อยากให้เห็นผลด้วยว่าผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นที่ใช้ดีจริงหรือเปล่า ถ้ายังไงจะมาแชร์ประสบการณ์กับเพื่อนๆอีกนะคะ สำหรับวันนี้ลาไปก่อนค่ะ บายบาย

It’s beauty that captures your attention; personality which captures your heart. – Anonymous

 

รีวิวแป้งผสมรองพื้นเทวลฟ์ พลัส 2 รุ่น – Double Aura Lucent, BB Perfect Powder

แป้งเทวลฟ์ พลัส แพนเค้ก, ชีวอน, ทิฟฟานี่

เรื่องมีอยู่ว่าวันหนึ่งได้ไปเดินบิ๊กซีสาขาเมกาบางนา แล้วมีบูธเทวลฟ์ พลัสจัดโปรโมชั่น มีน้องพริตตี้ยืนเรียกลูกค้าและให้ทดลองผลิตภัณฑ์ โดยชักชวนว่าทดลองแป้งแถมตลับทดลองค่ะ วิ๊งๆ ด้วยความงกเลยเข้าไปให้น้องเค้าบรรจงทาแป้งที่มือให้ เดิมเป็นคนไม่ชอบแป้งมีวิ้งๆ หรือที่เรียกกันว่า wink beads เท่าไรนะคะ เพราะดูมันเวอร์ๆถ้าเราจะทาไปทำงานทุกวันคงไม่ค่อยเหมาะ แต่พอบอกราคามาแล้วก็ ตกลงลองซื้อมาใช้เล่นๆ 199 บาทลดจากราคาประมาณสองร้อยกว่าบาทค่ะ จากการซื้อครั้งนั้นจนถึงวันนี้ก็ประมาณ 2 เดือนไม่ได้แกะออกมาใช้เลย เพราะเดิมใช้แป้ง MAC, Oriental Princess, Clinique ปนๆกันไปแล้วแต่วัน จนสุดท้ายหยิบเทวลฟ์ พลัสออกมาใช้ออกงานครั้งแรกคือ ใช้ไปงานแต่งงานรุ่นพี่ เพราะมันมีวิ้งๆไง ขอบอกว่ามันดีมากมาย โดยใช้รองพื้น lancome แล้วเอา Kabuki brush ปัดแป้งเทวลฟ์ พลัส ผลออกมาอยู่ติดทนหน้าเด้งทั้งวันแทบไม่ต้องเติมเลยค่ะ ประทับใจที่สุด และเมื่อวานก็ได้ไปเดินบิ๊กซีแถวบ้านอีกรอบเห็นมีลดราคาอีกเลยลองหารีวิวณ.ตอนนั้นและได้สอยเทวลฟ์ พลัสกลับบ้านมาอีกตัวหนึ่ง ยังไงขอเริ่มรีวิว เทวลฟ์ พลัส ทั้ง 2 รุ่นเลยค่ะ

 

เทวลฟ์ พลัส มิราเคิล ดับเบิ้ล ออร่า ลูเซนท์ (Twelve Plus Miracle Double Aura Lucent ราคา(ลดแล้ว) 199 บาท)

Twelve Plus Miracle Double Aura Lucent

คุณสมบัติเป็นแป้งทาหน้าผสมรองพื้นบีบี ที่ผสาน White Translucent เทคโนโลยีความขาวสว่างใสใหม่ล่าสุดช่วยกระจายแสง ให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส ส่วนผสมหลักก็มี Wink Beads, Double Vitamin C & E, BB, SPF PA++ ปกป้องทั้ง UVA & UVB มีปริมาณสุทธิ 9 กรัมนะคะ ตัวตลับเป็นสีชมพูตรงกลางเป็นวิ๊งๆแบบ Diamond Cut ดูหวานแหวววูบวาบ เวอร์ๆ ดีค่ะ เนื้อแป้งเนียนดีแต่เวลาทาต้องเกลี่ยให้ดีๆ ไม่งั้นอาจจะเป็นปื้นๆได้ ความวิ๊งนี้ วิ๊งสุดๆค่ะ แต่ก็ไม่เวอร์มาก แต่พอเลยไปสัก 4-5 ชม.ความวิ๊งลดน้อยลงนะคะ อาจเป็นเพราะความมันด้วย ส่วนตัวเป็นคนหน้าผสมค่ะ หน้าเป็นคราบบ้างช่วงทีโซน อาจเป็นเพราะลงรองพื้นและปัดด้วยแป้งเทวลฟ์ พลัส แต่ไม่ดูหนาเกินไป ใครๆก็ทักค่ะว่าหน้าเด้งมาก โดยรวมสอบผ่านค่ะ แต่คิดว่าจะเอาไว้ใช้ออกงานหรือโอกาสพิเศษน่าจะเหมาะกว่า

 

เทวลฟ์ พลัส มิราเคิล บีบี เพอร์เฟค พาวเดอร์ (Twelve Plus Miracle BB Perfect Powder ราคา(ลดแล้ว) 179 บาท)

Twelve Plus Miracle BB Perfect Powder

คุณสมบัติเป็นแป้ง ทาหน้าผสมครีมรองพื้น นวัตกรรม “Perfect Cover System” ช่วยเพิ่มการปกปิด โดยเฉพาะกระ ฝ้า จุดด่างดำ ทำให้ใบหน้าเรียบเนียน สดใส ด้วยคุณสมบัติยึดเกาะผิวช่วยให้เนื้อแป้งติดทนนาน (Long Lasting Effect) พร้อมกันน้ำและกันเหงื่อ ส่วนผสมหลักก็มี Ziyu Essence (เซยู เอสเซ้นส์) เป็นพืชพรรณธรรมชาติจากเกาะเซจูจากประเทศเกาหลี, BB Powder, SPF 30 PA++, Oil Control, Vitamin C & E มีปริมาณสุทธิ 9 กรัม ราคาปกติคือ 299 บาทค่ะ ตลับของรุ่นนี้เป็นสีม่วงๆ ดีไซน์คล้ายๆตลับแป้ง Lotree  ส่วนตัวชอบตลับอันนี้มากกว่าอันบนนะคะ ไม่เวอร์ดี ส่วนเนื้อแป้งเนียนกว่าตัว Double Aura Lucent สีที่ใช้เป็น C1 ทั้ง 2 ตัวนะคะ โดย shade ไม่ต่างกันมาก ไปอ่านมาหลายรีวิวบอกว่าตัวตลับม่วงจะมีสีที่เข้มกว่า พอลองทาแล้วก็ไม่ต่างค่ะ หลังจากที่ได้ลองทาบนหน้าโดยใช้รองพื้น Skinfood Grape cell BB และใช้แปรงคาบูกิปัดแป้งเทวลฟ์ พลัส BB Perfect Powder ออกจากบ้านตั้งแต่ 10 โมงรอรถ เดินห้าง กลับถึงบ้านประมาณ 5 โมง ควบคุมความมันได้ดี  ซับมันแค่รอบเดียวเองค่ะ ผลเป็นที่หน้าพอใจมาก หน้าไม่เยิ้มเลย และแทบไม่ต้องเติมแป้งเลย ใช้ดีกว่า Oriental Princess อีกนะ เพราะของ OP ตกเย็นแป้งหายหมดหน้าหมองเชียว (แป้ง OP ที่ใช้คือรุ่น Phenomenon Perfect Coverage – Peach color)

เนื้อแป้งเบอร์ C1

แป้งเทวลฟ์ พลัส Miracle Double Aura Lucent, Miracle BB Perfect Powder

 

ส่วนผสมแป้งเทวลฟ์ พลัส Miracle Double Aura Lucent, Miracle BB Perfect Powder

สีแป้งเมื่อทดสอบทาบนผิว และลักษณะตลับแป้ง 2 ชั้น

Swatch both Twelve Plus Cake Powder

ตลับแป้ง Twelve Plus 2 ชั้น

 

สรุปแล้วเทวลฟ์ พลัสเค้าผลิตสินค้าคุณภาพราคาสบายกระเป๋า ยังไงถ้าใครสนใจก็ไปทดลองสินค้าดูได้ ตาม shelf จะมีตัวอย่างแป้งให้ลองกันอย่างเมามัน แต่ส่วนใหญ่จะทำมาแค่สองสีเท่านั้นคือ C1, C2 จะมีบางรุ่นที่ทำมา 3 สีนะคะ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ บายบาย

>>> ถูกและดีก็ยังมีในโลกนะจ๊ะ <<<

Search

Categories

Recent Posts

Recent Comments