Browsing all articles tagged with ลาเนจ Archives | Planet2go.COM

REVIEW >>>>> Laneige Two Tone Lip bar <<<<<

ซองเฮเคียว เจ้าแม่ presenter LANEIGE

ซองเฮเคียว เจ้าแม่ presenter LANEIGE

กระแส series Descendants of the Sun นำแสดงโดย Song Hye Kyo (ซองเฮเคียว) รับบทเป็นคุณหมอคัง และ กัปตันยู นำแสดงโดย Song Joong Ki (ซงจุงกิ) มาแรงมาในปี 2016 แต่ที่แรงไม่แพ้ series คือเครื่องสำอางค์ที่คุณหมอคังใช้ก่อนออกเดท ไม่ว่าจะเป็น Laneige Cushion หรือลิปติก ทำให้สาวๆสงสัยว่าหมอคังใช้แบบไหนรุ่นไหน ทำไมนางเอกปากอิ่มสีสวยธรรมชาติมากๆ

Descendants of the Sun

Descendants of the Sun

คุณหมอคังกับเดทครั้งแรก ทาลิปสติก Two Tone Lip Bar

คุณหมอคังกับเดทครั้งแรก ทาลิปสติก Two Tone Lip Bar

LANEIGE Two Tone Lip Bar

LANEIGE Two Tone Lip Bar

ในซีรีย์นางเอกน่าจะใช้ลิปสติกหลายเฉด แต่ที่เป็นตัวเด่นที่เคาน์เตอร์ Laneige คือสี #5 Darling Darling ซึ่งแอดมินตามหามาหลายห้างมาก มารู้จาก BA ว่าของหมดขายดีมากทุกสี สุดท้ายมาได้แท่งสุดท้ายที่เซ็นทรัลลาดพร้าว เนื่องจากที่นี่เค้าแจ้งว่าของเข้ามากที่สุดค่ะ

Laneige Two Tone Lip Bar #5 Darling Darling (ราคา 950 บาท, ปริมาณ 2 g)

เนื้อลิปสติกมีความชุ่มชื้นมาก เม็ดสีเข้มผสมกับมีความเป็นลิป stain ในตัว เวลาทาให้เอาสีเข้มอยู่ด้านในริมฝีปากทั้งบนและล่าง หากต้องการทาสีเดี่ยวๆ ก็ apply ได้โดยใช้พู่กันค่ะ ส่วนตัวอยากลองสีอื่นๆที่อ่อนกว่านี้ ถ้าสอยมาเพิ่มจะนำมารีวิวเพิ่มเติมค่ะ

มาดูลิปสติก Two Tone Lip Bar ที่พารากอน

มาดูลิปสติก Two Tone Lip Bar ที่พารากอน

Packaging น่าใช้มากเลย

Packaging น่าใช้มากเลย

กล่องบรรจุบอกสีชัดเจน #5 Darling Darling

กล่องบรรจุบอกสีชัดเจน #5 Darling Darling

ปริมาณ 2 g ราคา 950 บาท

ปริมาณ 2 g ราคา 950 บาท

แท่งลิปติกเป็นแบบ slide ขึ้นลงได้ มาพร้อมปลอกสีเงิน

แท่งลิปติกเป็นแบบ slide ขึ้นลงได้ มาพร้อมปลอกสีเงิน

LANEIGE Two Tone Lip Bar #5 Darling Darling

LANEIGE Two Tone Lip Bar #5 Darling Darling

LANEIGE Two Tone Lip Bar #5 Darling Darling

LANEIGE Two Tone Lip Bar #5 Darling Darling

Swatch LANEIGE Two Tone Lip Bar #5 Darling Darling

Swatch LANEIGE Two Tone Lip Bar #5 Darling Darling

สีทั้งหมดสำหรับ Two Tone Lip Bar
#1 Magenta
#2 Red Blossom
#3 Pink Salmon

#4 Milk Blurring
#5 Darling Darling
#6 Pink Step
#11 Juicy Pop
#12 Maxi Red
#13 Orange Blurring
#14 Dear Pink

 รีวิว LANEIGE Water Sleeping Pack_EX vs Neutrogena Hydro Boost

กับมาส์คหน้าที่ไม่ต้องล้างออก

LANEIGE Song Hye Kyo

LANEIGE Song Hye Kyo

 

จากรีวิวครั้งก่อน (September Korea Hual 2013) แอดมินได้ซื้อ LANEIGE Water Sleeping Pack_EX มา และได้บอกว่าจะมารีวิวเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ระหว่าง LANEIGE vs Neutrogena Hydro Boost – Night Concentrate ไปดูกันเลยค่ะ

 

LANEIGE Water Sleeping Pack_EX vs. Neutrogena Hydro Boost - Night Concentrate

LANEIGE Water Sleeping Pack_EX vs. Neutrogena Hydro Boost – Night Concentrate

Packaging & ปริมาณ:  Laneige จัดมาด้วยปริมาณ 80 ml ในราคา 750 บาท (ราคาหิ้ว) (ราคาช็อป 1,200 บาท) ในขณะที่ Neutrogena มีปริมาณเพียง 50 ml เท่านั้นในราคาเต็ม 750 บาท (ราคาลด 699 บาทค่ะ) จริงๆ แล้วแอดมินเคยใช้ Neutrogena ก่อนมาเจอ LANEIGE ส่วนเหตุผลที่เลือกคือ ด้วยความที่เราเป็นคนตื่นมาหน้ามันมาก จึงอยากได้ moisturizer ที่ไม่เยิ้มเกินไป

 

พอเห็น Night cream เป็นแบบเนื้อเจล และได้ทดลองใช้พบว่า Neutrogena ตัวนี้ไม่เหมือนเจลครีมทั่วไปนะคะ ทาแล้วจะซึมและแห้งช้ากว่า moisturizer แบบเจลยี่ห้ออื่นๆ โดยตัว Neutrogena เคลมว่าถ้าใช้ในปริมาณ 2.5 กรัม จะเทียบเท่ากับแผ่นมาส์คหน้าถึง 10 แผ่นค่ะ หลังจากตื่นนอนมาล้างหน้าจะให้ความรู้สึกเหมือนหน้าเคลือบด้วยฟิลม์บางๆ หลังเช็ดหน้าแห้งก็ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นดีค่ะ ชอบมากแต่ติดตรงกลิ่นที่เหมือนยาและมีเม็ด Beads ที่แตกตัวไม่ดีเท่าไรนักต้องกดๆหน่อยถึงจะสลายตัวบนหน้าค่ะ

LANEIGE Water Sleeping Pack_EX vs. Neutrogena Hydro Boost - Night Concentrate

LANEIGE Water Sleeping Pack_EX vs. Neutrogena Hydro Boost – Night Concentrate

 

ถ้าเปรียบเทียบกับของ LANEIGE แล้ว LANEIGE จะมีกลิ่นหอมกว่ามากๆ ซึ่งในเอกสารคู่มือในกล่องก็บอกวิธีใช้ที่น่าสนใจทีเดียว คือให้ดมก่อนค่ะ คล้ายๆเป็น Aroma Therapy ไปในตัว และที่น่าสนใจคือ LANEIGE จะมีไม้ตักเนื้อเจลมาในกล่องด้วย ดูอนามัยดีนะคะ ซึ่งในเอกสารยังมีคำแนะนำวิธีนวดหน้าให้อีกด้วย ผลจากการใช้พบว่าเนื้อเจลแห้งเร็วกว่าของนูโทรจีน่า แต่เมื่อล้างออกในตอนเช้าแผ่นฟิลม์ไม่เคลือบได้ดีเหมือนนูโทรจีน่า ถ้าต้องการให้เคลือบหน้ามากๆ ต้องใช้ผลิตภัณฑ์มากกว่าขนาดเม็ดถั่ว (ขนาดเม็ดถั่วเป็นปริมาณแนะนำของ LANEIGE นะคะ) ซึ่งในคำแนะนำบอกว่าไม่ควรใช้มากเกินไปด้วย

 

LANEIGE Face Massage

LANEIGE Face Massage

 

โดยสรุปถ้าให้เลือกระหว่าง 2 ตัวนี้ เทคะแนนให้กับ LANEIGE ค่ะ ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพเหมือนจะด้อยกว่า Neutrogena นิดหน่อยแต่แอดมินชอบกลิ่นมากๆ ขอเลือก LANEIGE ค่ะ  ส่วนด้านล่างเป็นตารางเปรียบเทียบส่วนผสมและข้อมูลเบื้องต้น เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อกันค่ะ

 

LANEIGE Water Sleeping Pack_EX Nutrogena Hydro Boost – Night Concentrate
Description Description
ราคา 750, 1,200 ราคา 750, 699*
ปริมาณ 80 ml ปริมาณ 50 ml
กลิ่น 5/5 กลิ่น 2/5
สี ฟ้าอ่อน สี ฟ้าอ่อน
เนื้อผลิตภัณฑ์ เจล เนื้อผลิตภัณฑ์ เจล + เม็ดบีดส์
ประสิทธิภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้น 4/5 ประสิทธิภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้น 5/5
ประสิทธิภาพในการซึมสู่ผิว 3/5 ประสิทธิภาพในการซึมสู่ผิว 4/5
อุดตันทำให้เกิดสิว No อุดตันทำให้เกิดสิว No
ลดริ้วรอย จุดด่างดำ 2/5 ลดริ้วรอย จุดด่างดำ 2/5
*699 ราคาโปรโมชั่น

 

 ** Safety Level : 1 – มากที่สุด,  2 – มาก,  3 – พอใช้, 4 – น้อย, 5 – อันตราย

LANEIGE Water Sleeping Pack_EX Nutrogena Hydro Boost – Night Concentrate
Ingredient Safety Ingredient Safety
Alanine 1
Alcohol 2
Ammonium Acryloyldimethyltaurate/VP Copolymer 1
Arginine 3
Atelocollagen 2
Beta-Glucan 1
Blue 1 3
Benzyl Alcohol 4
Butylene Glycol 2 Butylene Glycol 2
Calcium gluconate 2
C12-14 pareth-12 2
C13-14 Isoparaffin 2
Carbomer 1 Carbomer 1
Cetearyl Olivate
Chlorphenesin 2 Chlorphenesin 2
Citrulline 1
CI 42090 3
CI 77289 2
Copper gluconate Copper gluconate
Cyclomethicone 2
Dimethicone 2 Dimethicone 2
Dimethicone Crosspolymer 2
Dimethicone/Vinyl Dimethicone Crosspolymer 2 Dimethicone/Vinyl Dimethicone Crosspolymer 2
Dimethiconol 2 Dimethiconol 2
Disodium EDTA 3
Dipotassium Glycyrrhizate 1
Ethylhexylglycerin 2
Fragrance Fragrance
Glutamic Acid 1
Glycerin 1 Glycerin 1
Glycogen
Histidine HCL
Lysine HCL
Laureth-7 3
Magnesium aspartate 1 Magnesium aspartate 1
Mannitol 1 Mannitol 1
Methyl Paraben 3
PCA 2
Pentaerythrityl tetraisostearate
Polyquaternium-51 1
Polysorbate 20 2
Propyl Paraben 3
Serine 1
Silica Dimethyl Silylate 3
Microcrystalline Cellulose 2
Polyacrylamide 2
Portulaca Oleracea Extract
Sodium Hyaluronate 2 Sodium Hyaluronate 2
Sucrose 1
Threonine
Sodium Hydroxide 3
Sorbitan Olivate
Synthetic beeswax 2
Tocopheryl Acetate Tocopheryl Acetate 3
Trehalose Trehalose
Triethanol amine 4
Vaccinium angustifolium 1
Water 1 Water 1
Whey 1
Yeast Extract 1
Yellow 5 3
Zinc Gluconate 2 Zinc Gluconate 2

 

 

สวัสดีค่ะกลับมาตามสัญญาว่าครั้งนี้จะมา Review Korea Haul ผลิตภัณฑ์หลายชิ้นเป็นตัว Top Hit ติดลมในเวปดังๆหลายแห่งเลยค่ะ บางตัวเพื่อนของแอดมินแนะนำมาบ้างก็มี งั้นเราไปดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง

Korea Haul

Korea Haul

 

Skinfood Blanc Pearl Caviar Serum – Skin Brightening and Anti-Wrinkle Effects 60 ml (ราคาหิ้ว 1,050 บาท – ราคา Shop ไทย 2,190 บาท)

Skinfood Blanc Pearl Caviar Serum

Skinfood Blanc Pearl Caviar Serum

ตัวนี้เป็น top line ของ Skinfood Caviar เลยค่ะ เนื่องจากได้ใช้ Gold Caviar แล้วรู้สึกว่าเข้มข้นดี เซรั่มตัวท๊อปก็น่าจะดีเหมือนกัน ครั้งแรกที่เห็นขวดก็รู้สึกหรูหราน่าใช้มาก หัวจุกเป็นหัวปั๊ม ซึ่งใช้ได้เลยแต่กลิ่นน้ำหอมแรงเกินไป เหมือนพวกกลิ่นดอกไม้แรงๆค่ะ ถ้าใครแพ้น้ำหอมตัวนี้ก็ไม่ผ่านนะคะ ความเข้มข้นใช้ได้ ใช้แล้วรู้สึกหน้าชุ่มชื้น แต่ถ้าคนที่มีผิวหน้ามันอาจจะไม่เหมาะกับเซรั่มตัวนี้นะคะ ทางแอดมินได้ Gift Set เป็น Toner & Emulsion มาด้วยสำหรับในไลน์นี้ พอใช้ครบทั้งสามผลิตภัณฑ์ ปรากฎว่ามันหนาเกินไป เหมาะสำหรับคนหน้าแห้งมากๆ หรือเหมาะกับใช้ในช่วงหน้าหนาวมากกว่า สรุปคือแอดมินจะเอาไว้ใช้ก่อนนอนหรือช่วงที่อากาศเย็นกว่านี้ค่ะ

Skinfood Gift Set – Royal Honey, Blanc Pearl Caviar, GoldKiwi (ได้มาฟรี, ตามเวปขายกล่องละ 40 บาท)

Skinfood Gift Set

Skinfood Gift Set

ในกล่องจะบรรจุไปด้วยผลิตภัณฑ์ 2 ชิ้นคือ Emulsion & Toner ให้ใช้ Toner ก่อนตามด้วย Serum และ Emulsion สุดท้ายนะคะ ตัวแรก Royal Honey เหมาะสำหรับผิวแห้งมาก เพราะมีส่วนผสมของน้ำผึ้ง มีกลิ่นหอม ตัวโทนเนอร์จะเหลวกว่ารุ่น Caviar ตัวที่สองจะเป็น GoldKiwi ตัวนี้เน้นให้ความกระจ่างใสของใบหน้า ความเข้มข้นของ Emulsion จะน้อยกว่า Royal Honey & Blanc Pearl และ Toner เหลวมากเหมือนน้ำใสๆ มีกลิ่นหอมซึ่งใน 3 ตัวที่กล่าวนี้แอดมินชอบกลิ่นของ GoldKiwi มากที่สุดค่ะ ตัวสุดท้าย Blanc Pearl Caviar กลิ่นแรงเหมือนเซรั่มตามที่กล่าวไปข้างบน อิมัลชั่นเข้มข้นมาก รวมถึงโทนเนอร์ก็มีความเข้มข้นสูง เหมาะกับคนหน้าแห้งมากหรือคนที่ต้องการบำรุงมากเป็นพิเศษ

 

Dr.Jart – Whitening Water Drop 100 ml (ราคาหิ้ว 750 บาท, ราคา shop ไทย 1,730 บาท)

Dr.Jart Water Drop

Dr.Jart Water Drop

ผลิตภัณฑ์บำรุงชิ้นนี้ไม่เข้มข้นมากเท่ากับพวกเซรั่ม เหมาะสำหรับ Daily Routine มากกว่า เนื้อเมื่อบีบออกมาจะเป็นลักษณะเจล และเมื่อทาบนผิวซึ่งเนื้อเจลทำปฏิกริยากับความร้อนจะเหลวเหมือนน้ำ ส่วนตัวใช้แล้วไม่รู้สึกบำรุงอะไรมากเหมือน moisturizer แบบเจลทั่วไป แค่แปลกเท่านั้นเอง ถ้าให้ซื้อในช้อปไทยคงไม่ซื้อค่ะ เพราะตั้งราคาสูงเกินเหตุ เพิ่มเงินอีกนิดหน่อยสามารถไปซื้อเคาน์เตอร์แบรนด์อย่างเช่น Lancome หรือ Dior ได้เลย

 

 

The Face Shop Make up Base (Green) 40 ml & Etude Water Color No.1 Pink 10 ml (ราคาเบส 120, ราคาบลัชครีม 200)

The Face Shop Makeup Base & Etude Water Color - Pink

The Face Shop Makeup Base & Etude Water Color – Pink

ครั้งแรกที่ซื้อเบสเขียวตัวนี้ตกใจในราคามาก เพราะมันถูกเกิน แต่เค้าพูดกันหลายคนว่ามันดีมากมาย แอดมินเลยลองใช้ดู ผลปรากฎว่าอุดตันเป็นสิวเล็กๆขึ้นค่ะ แต่ขอบอกว่ามันทำให้หน้าขาวและเครื่องสำอางค์ติดทนจริงๆ หลังจากหยุดใช้ไปกลับมาใช้ใหม่และพยายามล้างหน้าให้สะอาดกว่าเดิม ผลปรากฎว่าไม่มีสิวขึ้น (หรือเราฮอร์โมนพลุ่งพล่านจนสิวขึ้น) เอาเป็นว่าตอนนี้เป็นเบสที่จะซื้อใช้ต่อแน่นอนถ้าหมดหลอด มาถึงตัว Etude Water Color บลัชครีมตัวนี้ เนื้อจะเหลวกว่าบลัชครีม เรียกว่าเป็น Gel Blush ดีกว่านะคะ เกลี่ยง่ายสีสวย ในไลน์ของ Water Color จะมี 4 สีคือ No.1 – No.4 Pink, Coral, Apricot and Lilac มีกลิ่นหอมดอกไม้ และติดทนนานดีค่ะ

Etude Water Color Blush

Etude Water Color Blush

 

LANEIGE Water Sleeping Pack_EX – Crystal Clear & Hydrated skin with water science 80 ml (ราคาหิ้ว 750 บาท, ราคาเคาน์เตอร์ไทย 1,200 บาท)

LANEIGE Water Sleeping Pack_EX

LANEIGE Water Sleeping Pack_EX

คุณสมบัติเหมือนการมาส์กหน้าแต่ในรูปแบบของเจล และไม่ต้องล้างออก มีกลิ่นหอมมาก ในกล่องจะมีที่ตักเนื้อเจลมาด้วย หลังจากที่ใช้ให้ความรู้สึกเหมือนมาส์กหน้าจริงแต่ไม่ได้ตึงมาก พอตื่นนอนแล้วล้างหน้าจะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาเคลือบหน้า (รีวิวคู่กับ Neutrogena Hydro Boost คลิ๊กที่นี่เลย) คุณสมบัติเทียบเคียงกันได้เลย

 

Skinfood Platinum Grapecell Toner 130 ml (ราคาหิ้ว 1,000 บาท, ราคา shop ไทย 1,750 บาท)

Skinfood Platinum Grapecell Toner

Skinfood Platinum Grapecell Toner

ตัวนี้เป็นโทนเนอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นดี พอๆกับ Gold Caviar ค่ะ มีกลิ่นหอมแล้วก็มีเปลวทองเหมือนกับรุ่นของ Gold Caviar ด้วย หัวปั๊มอนามัยดี ขวดเป็นแก้วน่าใช้มากๆ คุ้มค่ากับราคาหิ้วค่ะ จากภาพที่ปั๊มออกมาจะไม่เห็นเปลวทองคำเท่าไรนะคะ แต่ท่าสังเกตุในขวดจะมีกระจายอยู่เต็มไปหมดเลยค่ะ อันนี้แอดมินใช้แล้วไม่แพ้ และให้ความชุ่มชื้นดีมาก ขอแนะนำค่ะ

 

Face Mask Sheet – Lettuce & Cucumber 23 g (ราคาหิ้วแผ่นละ 60 บาท)

Skinfood Mask Sheet - Lettuce & Cucumber

Skinfood Mask Sheet – Lettuce & Cucumber

แผ่นใหญ่ดี ให้ความชุ่มชื้นพอสมควร เพราะหลังจากที่มาส์กไปสักประมาณ 25 นาที แผ่นจะเริ่มแห้ง ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับของ My Beauty Dairy (Korea) ของสกินฟู๊ดยังสู้ไม่ได้นะคะ เพราะด้วยราคาของ Beauty Dairy จะแพงกว่านิดหน่อย ถ้าช่วงโปรโมชั่นในวัตสัน 1 แถม 1 จะตกแผ่นละประมาณ 90 บาท หรือถ้าเป็นแผ่นมาส์กของ Neutrogena Hydro Boost (โปรโมชั่น 150 บาท) ก็ยังให้ความชุ่มชื้นมากกว่าของ skinfood ค่ะ

 

Skinfood Olive Cuticle Remover Pen 2ml (ราคา 120 บาท)

Skinfood Olive Cuticle Remover Pen

Skinfood Olive Cuticle Remover Pen

ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นตัวลบยาทาเล็บเพราะมันเขียนว่าเป็น Remover แต่พอลองมาใช้ลบแล้วมันไม่ออก จึงไปหาข้อมูลก็ถึงบางอ้อว่า เค้าเอาไว้ใช้กำจัดจมูกเล็บที่เสื่อมสภาพ ทำให้จมูกเล็บนุ่มและแข็งแรง เลยงงๆ แต่มันก็ใช้ดีนะคะ มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกและวิตามินอีด้วย ว่างๆหยิบขึ้นมาทา พกพาง่ายค่ะ

 

Korea Haul ทั้งหมดก็มีเท่านี้ค่ะ บางครั้งการฝากซื้อของที่เกาหลี เราก็ต้องหาข้อมูลเพื่อให้ได้ของที่ตรงกับความต้องการ หรือสืบราคาให้แน่ใจก่อนที่จะสั่ง เพราะสินค้าบางตัวราคาสูงมากที่เมืองไทย อาจราคาไม่แพงในเกาหลี หรือบางตัวอาจราคาสูงแต่คุณภาพไม่สมราคาก็ได้ ไม่ใช่ว่าของเกาหลีจะดีไปหมดทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวด้วย หวังว่าคงช่วยเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกัน แล้วพบกันใหม่ บายบายค่ะ

Search

Categories

Recent Posts

Recent Comments