Browsing all articles tagged with ติดทนนาน Archives | Planet2go.COM

ช่วงระยะหลังลิปสติกพวก lip stain & lip gloss ที่ออกกันมาหลังๆนี่มีหลายยี่ห้อมาก พัฒนาคุณลักษณะจากเดิมเป็นแค่ lip ธรรมดาๆ ก็เพิ่มความหนักของเม็ดสี จนถึงพัฒนาให้ติดแน่นทนนานกว่า ลิปรุ่นเดิมๆ มีลูกเล่นมากขึ้นหรือแม้กระทั่งเพิ่มความแวววาวของเนื้อลิป เช่น lip glass ของ MAC แต่วันนี้จะมาพูดถึง lip gloss stain (อันนี้เรียกเองนะคะ) เพราะส่วนตัวมองว่าคุณสมบัติมันเป็นตามที่เรียกจริงๆ amazing มากไปชมกันค่ะ

Dior Addict Fluid Stick - Box

Dior Addict Fluid Stick – Box

 

Dior Addict Fluid Stick – สี 338 Mirage (ราคา Duty Free 1,000 บาท, ราคาเคาน์เตอร์ 1,300 บาท, ปริมาณ 5.5 ml)

สี 338 ตัวนี้จะออกส้มอ่อนๆนะคะ แต่ไม่ออกนู้ดมาก แอดฯชอบสุดๆ แล้วก็หาซื้อยากมาก แอบไปได้สีนี้ที่ King Power Duty Free เพราะตามหาตามเคาน์เตอร์ไม่มีเลย แล้วอีกสีที่แอดฯอยากได้คือสี 389 Kiss Me เบอร์นี้จะออกโทนชมพูค่ะ หายากพอกัน ตัว packaging สวยเลอค่ามากๆ แล้วก็งาน Package คุณภาพดีด้วย หยิบขึ้นมาเติมปากให้ความรู้สึกดีงามที่สุด55 ตัว applicator เป็นแปรงคล้ายของ YSL Lip Stain แต่ของ Dior จะมีรูปทรงมนปลาย หนาและเล็กกว่า YSL เล็กน้อย ใช้ง่ายเหมือนกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานขอบปากหรือเติมสีใช้งานง่ายทีเดียว

Dior Addict Fluid Stick Packaging

Dior Addict Fluid Stick Packaging

Dior Addict Fluid Stick - Applicator

Dior Addict Fluid Stick – Applicator

 

ตัวเนื้อลิปสติกนี่ถ้าเทียบกันกับ YSL นี่คนละแบบกันเลย ของ YSL จะเนื้อบางเบามีกลิ่นหอมโดดมาเลย โดยออกแบบให้ทาทับได้หลายชั้น ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนว่าจะเล่นสีเบาสีหนัก อันนี้แอดฯมองว่าเป็นข้อดีนะคะ แล้วสีของ YSL มีให้เลือกเยอะมากๆ (คหสต.มองว่าสีมันใกล้ๆกันไม่แตกต่างกันเท่าไร) แล้วตัว packaging ของ YSL มันเทียบสีจากแท่งด้านนอกไม่ค่อยออก ต้องหยิบมาปาดเทียบกัน (ดูรีวิว YSL คลิ๊กเลย) ซึ่งไม่เหมือนของ Dior ที่ทำ packaging ให้เห็นเนื้อสีลิปสติกชัดเจน แล้วสีที่เค้าออกมาก็เป็นสีที่สาวๆน่าจะชอบกันอยู่แล้วด้วย เนื้อลิปของ Dior นี่เนื้อหนากว่า YSL ซึ่งปาดครั้งเดียวสีแน่นตามแท่ง เอาอยู่จริงๆค่ะ แต่แนะนำว่าทาครั้งแรก เม้มปากเพื่อให้สีกระจายให้ทั่ว มันจะดูเบลนเข้ากันดีมากๆ แทบไม่ต้องลงซ้ำอีกชั้นนึงเลย แต่ด้วยความที่มันยังคงเป็น lip gloss เวลาดื่มน้ำหรือทานอะไรสีลิปสติกก็จะติดออกมาเหมือนพวกลิปกล๊อสทั่วๆไป แต่มันไม่มันเยิ้มนะคะ พอทาไปสักพักสีจะเริ่ม setting ให้ความรู้สึกไม่เหนอะไม่เป็นคราบและขุยๆ ให้ความชุ่มชื้นดี และที่สำคัญสีก็ติดทนนานเหมือน lip stain ถ้าถามว่าติดแน่นเท่า YSL Lip Stain ไม๊? ตอบว่าไม่เท่าค่ะ สีติดทนน้อยกว่า กลิ่นหอมน้อยกว่า กลิ่นจะออกแนววนิลา แต่ไม่แรงมาก ถ้าเอาให้เหมือนแบบ Duplicate กันมาเลยนี่จะเหมือนกับ Maybelline Lip Polish คลิ๊กเลย แต่เสียใจที่แอดฯแพ้ Maybelline ตัวนี้นะคะ เลยอดลองสีอื่นๆให้เพื่อนๆดูกัน

สรุปข้อดีของ Dior Addict Fluid Stick
1. สีสวยมีให้เลือกหลายโทน (เฉดไม่ค่อยใกล้กันมากเกินไปเหมือน YSL)
2. Packaging เลอค่า
3. เม็ดสีแน่น ติดทนมากกว่า Gloss ทั่วไป ไม่เหนอะปาก
4. ให้ความชุ่มชื้น มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

Dior Addict Fluid Stick #338  ปาดหนึ่งครั้ง

Dior Addict Fluid Stick #338 ปาดหนึ่งครั้ง

Dior Addict Fluid Stick #338

Dior Addict Fluid Stick #338

ขอบคุณที่แวะชม Blog นะคะ แล้วพบกันใหม่ Blog หน้าค่ะ บายๆ

 

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมารีวิวผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งสอยมาใหม่ ซึ่งได้มาในราคาลด 30% นะคะ มีสองตัวคือ Blusher กับ รองพื้นของยี่ห้อ Illamasqua อ่านว่า อิลลามาสก้า ค่ะ เป็น product ของประเทศอังกฤษ แต่ผลิตในประเทศเยอรมันนี ยี่ห้อนี้เค้าดังพวก บลัชหรือปัดแก้มค่ะ ไปชมกันเลย

Illamasqua Haul - June 2014

Illamasqua Haul – June 2014

Illamasqua Haul - June 2014

Illamasqua Haul – June 2014

 

ภาพรวมของตัว packaging ไม่ค่อยประทับใจเท่าไร กล่องภายนอกเป็นกล่องกระดาษธรรมดามาก ตัวตลับข้างในก็เป็นพลาสติกธรรมดาออกบางเล็กน้อย แต่ดีไซน์เก๋ไก๋แปลกตากว่ายี่ห้ออื่นๆนะคะ บนตลับจะมีโลโก้ตรงกลางตลับและพิมพ์ชื่อ Illamasqua ตรงที่เปิดด้วย

Illamasqua Blusher

Illamasqua Blusher

Illamasqua Blusher (Sedue, Excite)

Illamasqua Blusher (Sedue, Excite)

 

Illasmasqua Cream Blusher – สี Seduce (ราคา 1,150 บาท ปริมาณ 4g)

ต้องบอกก่อนว่าสีที่ได้มาทั้งตัวครีมบลัชและตัว powder blush ไม่ได้เป็นสียอดนิยมเท่าไรนะคะ เนื่องจากมีมาจัดรายการที่บริษัทลด 30% โดยส่วนตัวสนใจสินค้ายี่ห้อนี้อยู่แล้ว แต่ในเมื่อมันลดขนาดนี้ทำไมไม่ลองซื้อมาใช้ดู ถ้าชอบเราก็ไปสอยสีอื่นมาใช้เพิ่มก็ได้ไม่เสียหลาย สี seduce นี่จะออกสีชมพูกลีบบัวค่อนไปทางเข้มนิดนึง เวลาใช้นี่จิกเบาๆ แล้วตบๆบนแก้มจะลงก่อนแป้งหรือหลังปัดแป้งก็ได้ ไม่เป็นคราบเลยขอย้ำ ใช้ดีสมคำร่ำลือนะคะ สีติดทนไม๊ ติดทนดี ตามที่เคยอ่านมาว่ามี illasmaqua ตลับเดียวใช้ได้ไปเป็นปี อันนี้สงสัยจะจริงเพราะจิกนิดเดียวจริงๆจ้า กิ่นแรงไม๊ จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนครีมขนมเค้กนะ เปิดแล้วใช้ได้ 18 เดือนเลย (มีระบุไว้หลังกล่อง 18m) แล้วเราสามารถนำมาทาปากได้นะคะ สีสวยทีเดียว  สีทีนิยมกันสำหรับ cream blusher จะเป็นสี Rude, Promise, Dixie ค่ะ

Illamasqua Blusher (Seduce)

Illamasqua Blusher (Seduce)

Swatch Powder Bluhser - Seduce

Swatch Powder Bluhser – Seduce

 

Illasmasqua Powder Blusher – สี Excite (ราคา 1,150 บาท ปริมาณ 4.5g)

ตัว power blusher มีแอบปริมาณเยอะกว่าในราคาที่เท่ากันนะ สีจะออกส้มค่อนข้างมาก สีจัดสุดๆ ปัดแต่น้อยจริงๆ จากการทดสอบปัดแล้วพบว่าไม่ต้องพกอะไรไปเติมนอกบ้านเลย 55 เพราะสีนางติดแน่นทนนานเหลือเกิน แต่ไม่ได้ปาดแบบส้มเวอร์นะคะ เพราะถ้าลงหนักมันจะงิ้วเกินไป ตัวผลิตภัณฑ์ก็ไมมีกลิ่นอะไรแรงมาก เป็นกลิ่นเหมือนแป้งอ่อนๆ พอรับได้ เนื้อเนียนดีเวอร์ ถ้าเปรียบเทียบว่าชอบอันไหนระหว่างครีมบลัชกับ powder blush คือเป็นคนที่ต้องรีบแต่งตัวไปทำงาน มันเป็นอะไรที่ต้องรีบไว้ก่อนก็ลง powder blusher ดีกว่านะคะ เพราะเป็นครีมบลัชนี่อาจต้องบรรจงนิดนึง แต่ถามว่าอันไหนติดแน่นทนนาน แอดมินว่าพอกันเลยอ่ะ มันดีเลิศทั้งคู่เลย สงสัยต้องไปสอยสีอื่นๆมาเล่นบ้างแล้วค่ะ สีทีนิยมกันสำหรับ powder blusher จะเป็นสี Tremble, Hussy, Katie ค่ะ

Illamasqua Blusher (Excite)

Illamasqua Blusher (Excite)

Swatch Powder Bluhser - Excite

Swatch Powder Bluhser – Excite

 

Illasmasqua Rich Liquid Foundation – สี RF210 (ราคา 1,700 บาท ปริมาณ 30 ml)

ชื่อบอกอยู่แล้วว่าเป็น Rich Liquid Foundation มันก็จะให้ลุ๊คแบบเนียนกริบและหนากว่าปกติ เหมาะสำหรับไปงานหรือต้องการปกปิดเป็นพิเศษอะไรเทือกนั้น ตัว packaging นี่เป็นแบบหลอดบีบนะคะ ธรรมดามากๆ เปิดแล้วใช้ได้แค่ 9 เดือนเท่านั้น สีที่แอดมินได้มานี่ออกชมพูเกินไป ต้องเอาไปผสม ซึ่งเป็นความผิดพลาดของตัวเองคือสถานที่ๆ ลองแสงไฟไม่พอ ปาดที่คางมันก็ดูพอดี แต่พอลองทาบนหน้า (ผสมสีอ่อนของ Dior Snow สี 010) แล้วซึ่งมันขาวกว่าหน้า ก็ยังมีคนทักว่าหน้าดำนะคะ เศร้าจริงๆ ตัวนี้แอดฯได้มาในราคา 890 บาท ก็ยังไม่ค่อยเสียดายอะไรมากนัก แต่ก็เสียดายนะ เอ๊ะยังไง ก็คิดว่าจะเอาไว้ใช้ contour หน้าแทนหรืออาจจะไปซื้อรองพื้นสีที่ขาวมากๆ มาผสมดีกว่า จะได้ไม่เสียของค่ะ เนื้อของรองพื้น illasmasqua ตัวนี้แน่นมากๆ ปกปิดดีจริงๆ เวลาลงบนหน้าแล้วเกลี่ยให้ความรู้สึกว่าเหมือนเราทาแป้งบนหน้าเลย ดูแห้งๆ เกลี่ยง่าย แต่ด้วยความเป็นคนหน้าผสม พอสักประมาณ 3-4 ชม.ก็จะมันช่วง t-zone แล้วก็รู้สึกมีน้ำมันอยู่ดีไม่ได้คุมมันอะไร ส่วนเรื่องกลิ่นจะออกแนววนิลาจ๋ามาเลย ซึ่งส่วนตัวไม่ค่อยชอบนะคะ แต่ถ้าใครชอบกลิ่นแนวๆนี้ ก็โอเคค่ะ

Illamasqua Rich Foundation

Illamasqua Rich Foundation

Illamasqua Rich Foundation

Illamasqua Rich Foundation

Illamasqua Rich Foundation

Illamasqua Rich Foundation

Illamasqua Rich Foundation RF210

Illamasqua Rich Foundation RF210

 

สวัสดีค่ะ ห่างหายกันไปนาน วันนี้ได้ของเล่นมาใหม่ คือในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาเกิดอาการอยากได้ Eye Primer สักยี่ห้อหนึ่ง ดูใน youtube ก็เห็นมี review กันหลากหลายยี่ห้อ แต่ที่เน้น ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้น Urban Decay Eye Primer ซึ่งยังไม่มี shop ในเมืองไทยนะคะ อาจสั่งได้ตามเว็ปต่างๆ ผู้เขียนจึงหาทางเลือกอื่นที่เราสามารถลองได้จริงอะไรจริง จึงไปได้ Eye Primer ของ NYX & Revlon มาค่ะ โดยขอรีวิวจากการที่ได้ทดลองใช้ ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆค่ะ ซึ่งหวังว่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการหาซื้อ Eye Primer คุณภาพดีราคาไม่แพงมาใช้ค่ะ

Revlon Photoready Eye Primer & NYX Eye Base

Revlon Photoready Eye Primer & NYX Eye Base

 

NYX EYESHADOW BASE WHITE – ESB01  (ราคา150 บาท)

NYX Eye Base

NYX Eye Base

 

คุณสมบัติข้างขวดบอกว่า สำหรับ 100x more vivid color หรือสีชัดขึ้น 100 เท่า น้ำหนัก 0.25 oz หรือ 7 gram โดยผลิตที่ประเทศเกาหลีใต้ อันนี้ผู้เขียนดีใจมากเลยที่ไม่ได้ผลิตจากจีน เพราะเครื่องสำอางค์ที่ผลิตจากจีน อาจจะต้องดูแบรนด์นิดนึงว่ามีการ QC ที่ดีหรือเปล่านะคะ ตัวเนื้อครีมกำลังดีไม่เหลวหรือหนืดเกินไป เรื่องกลิ่นไม่ผ่านค่ะ เพราะมีกลิ่นเหมือนแป้ง กลิ่นคล้ายๆครีมกวนอิมเลยค่ะ โดยส่วนตัวไม่ชอบกลิ่น แต่เวลาทาบนเปลือกตา ก็ไม่ได้กลิ่นของผลิตภัณฑ์เพราะเราใช้แต่น้อยค่ะ สำหรับ Eye Base สีขาวส่วนใหญ่เหมาะสำหรับเฉดสีที่ต้องการให้เห็นเด่นชัด เช่นพวก smokey eyes แรงๆ Base ตัวนี้ช่วยทำให้สีแจ่มจริงๆค่ะ แต่คนผิวคล้ำอาจจะไม่ค่อยเหมาะกับ Base ตัวนี้เท่าไร เนื่องจากมีสีขาวเวลาเกลี่ยอาจใช้เวลานานเพื่อให้กลมกลืนกับผิว ข้อแนะนำในการใช้คือ ควรลงผลิตภัณฑ์แต่น้อยแล้วค่อย Build ไปเรื่อยๆนะคะ ไม่อย่างนั้นแล้วจะทำให้เวลาทา Eye Shadow จะดูหนาเกินไปไม่พอดีค่ะ

 

 

NYX EYESHADOW BASE SKIN TONE– ESB03  (ราคา150 บาท)

สำหรับขวดนี้ คุณสมบัติข้างขวดบอกว่า สำหรับ To hold, intensify and last longer คือเพื่อให้สีชัดและติดทนนาน อ่านดูคุณสมบัติแล้วน่าจะเหมาะกับใช้เป็นประจำทุกวันนะคะ น้ำหนักเท่ากับ NYX EYESHADOW BASE WHITE คือ 0.25 oz หรือ 7 gram และผลิตที่ประเทศเกาหลีใต้เช่นเดียวกันค่ะ เนื้อผลิตภัณฑ์เนียนมาก ถ้าเทียบกับสีขาวแล้วผู้เขียนชอบสีเนื้อมากกว่านะคะ อาจเป็นเพราะว่า เมื่อเกลี่ยแล้วดูเป็นธรรมชาติกลมกลืนไปกับผิว แต่มีกลิ่นแบบเดียวกับสีขาว ซึ่งไม่ผ่านค่ะ กลิ่นเชยไปนิดนึง เวลาลง Eye Base ทั้งสองตัวนี้หากลงหลังรองพื้น + แป้ง ไปแล้วเนี่ยจะทาแล้วเกลี่ยไม่ค่อยเนียนนะคะ เพราะคุณสมบัติเป็นเนื้อครีมค่อนไปทางแห้ง เหมาะสำหรับลงหลังรองพื้นทันทีหรือลง Base อย่างเดียวแล้วแต่งตาเลยค่ะ ซึ่งผู้เขียนเป็นคนที่ชอบลงรองพื้นก่อน + แป้งแล้วค่อยแต่งตา พอเอา Eye Base มาใช้ตามหลังจะรู้สึกว่ามันเกลี่ยยากแล้วให้ความรู้สึกหนาไปนิดนึง ซึ่งมันจะต่างกับพวก Primer ที่เป็น Water Base มากมายค่ะ ซึ่งเมื่อเปิดใช้แล้วสามารถเก็บไว้ได้ 12 เดือนนะคะ

โดยรวมเป็นผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าคุ้มราคามากกว่า ด้วยราคาเพียง 150 บาทแล้วก็มีสีให้เลือกใช้ตามแต่เฉดสีที่เราต้องการจะแต่งตา แต่อาจหาซื้อทั่วไปยากหน่อยค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์ NYX นั้นมีเคาท์เตอร์ที่เจ๊เล้งที่เดียวค่ะ

 

REVLON PHOTOREADY EYE PRIMER + BRIGHTENER – 003 (ราคา 450 บาท)

Revlon Photoready Eye Primer Tip & Swatch

Revlon Photoready Eye Primer Tip & Swatch

 

รูปทรงเป็นดินสอ ปลายเป็นพู่กัน โดยสามารถหมุนอีกด้านเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ออกมาตรงปลายพู่กันค่ะ เนื้อครีมมีสีเนื้ออมชมพู แอบมีวิ้งๆ ด้วยนะคะ โดยข้างกล่องบอกคุณสมบัติไว้ว่า ใช้ทาที่เปลือกตาก่อนลงอายแชโดว์ เพื่อช่วยให้สีอายแชโดว์สดชัด ติดทนนานและใช้ทาใต้ตา เพื่อเพิ่มความสว่าง ช่วยปกปิดรอยคล้ำใต้ตา โดยผลิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นำเข้าโดยบริษัท อาร์ที บิวตี้ แคร์ จำกัด ปริมาณ 2.4 มิลลิลิตร หรือ 0.08 fl. Oz. น้อยกว่าของ NYX เยอะมากๆค่ะ ราคาแพงกว่าด้วยนะคะ แต่สะดวกในการพกพา และเติมได้ระหว่างวัน มีกลิ่นหอมค่ะ เมื่อทาผลิตภัณฑ์ลงที่เปลือกตาแล้วเกลี่ยง่ายมาก แต่ควรใช้แต่น้อยๆ แล้วค่อยเพิ่มปริมาณนะคะ เพราะไม่เช่นนั้นจะดูว่อกเกินสำหรับคนที่มีผิวค่อนข้างคล้ำค่ะ แล้วเจ้า Revlon Primer ตัวนี้สามารถนำมาใช้ทาใต้ตาเพื่อปกปิดแพนด้าได้ด้วย ผู้เขียนมีแอบใช้เป็น highlighter ที่ดั้งด้วยค่ะ ก็พอใช้ได้ เมื่อเปิดใช้แล้วสามารถใช้ได้ 12 เดือนเช่นเดียวกันกับ NYX ค่ะ

โดยรวมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ง่ายสะดวกในการพกพา หาซื้อได้ตามเคาท์เตอร์ Revlon ทั่วไป ส่วนราคาแพงไปนิดนึงค่ะสำหรับ primer ที่เป็นยี่ห้อของ Drug Store

Swatch with Eye Primer & without Eye Primer

Swatch with Eye Primer & without Eye Primer

 

ก่อนจากกันวันนี้ผู้เขียนขอนำรูปที่ลงผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ชนิด ก่อนและหลังลงอายแชโดว์ โดยอายแชโดว์ที่ใช้เป็นของยี่ห้อ 4U2 Gemstone – Amber สีน้ำตาลเข้มค่ะ โดยมีก่อนล้างน้ำและหลังเช็ดน้ำออกจากผิวให้ดูกันด้วย โดยแถว A,B,C ไม่ได้รองพื้นด้วยผลิตภัณฑ์ใดๆ และทาทับหลายชั้นมากเพื่อให้ได้สีเข้มเท่ากับอันที่ลง primer ค่ะ  โดยจะสลับกับ Base แต่ละยี่ห้อนะคะ โดยแถวที่ลงด้วย Base นั้นใช้ทาเพียง 2 ครั้งก็สีเข้มอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ซึ่งถ้าดูแล้วผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ตัวนี้ ถือว่ากินกันไม่ขาดค่ะ ให้สีชัดติดแน่นทนนานแม้ผ่านการล้างน้ำประมาณ 2 นาที คงต้องแล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลแล้วค่ะว่าถนัดลงเป็นเนื้อครีมหรือแบบน้ำ หวังว่าคงช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านไม่มากก็น้อยนะคะ สำหรับวันนี้ขอจบรีวิว Eye Primer ไปเพียงเท่านี้ หากมีเวลาคราวหน้าจะมารีวิว Eye shadow ราคาถูกคุณภาพดีมาให้ติดตามกันค่ะ – บายบาย

 

 

A witty woman is a treasure; a witty beauty is a power. – George Meredith

 

Search

Categories

Recent Posts

Recent Comments