Browsing all articles tagged with คอนเสิร์ตในไทย Archives | Planet2go.COM

เช้าวันนี้เป็นเวลาช้อปปิ้ง โดย Flight กลับไทยคือเวลาประมาณ 5.05 PM ถึงไทยก็เวลาประมาณ 6.35 PM ตามเวลาประเทศไทย ตั้งใจว่าจะไปขน Charles & Keith และแวะร้าน Sephora ที่ VIVO City หมายเหตุ ร้าน Sephora ไทยไม่มีเคาน์เตอร์ Urban Decay นะคะ ตั้งใจว่าจะไปสอย Naked 3 ที่นี่ ถ้าฝากหิ้วจากอเมริกา ราคาก็ประมาณ 2,300 บาท ซื้อจาก Sephora Singapore ก็ประมาณ 2,3XX ทำ VAT Refund ได้อีกนิดหน่อย ก็โอเคนะ มั่นใจว่าแท้ และ Item สุดฮิตอีกชิ้นคือ Urban Decay Eye Primer (รุ่น Original) แอดฯขอแยกทำรีวิวตัว Naked 3 & UD Eye Primer ใน blog หน้าค่ะ การเดินทางมาห้าง VIVO City ให้ขึ้น MRT สายสีม่วงจากสถานี China Town ไปลงที่สถานี Harbour Front พอออกจากสถานีก็จะมีทางเชื่อมเข้าห้างได้เลย ลักษณะห้างจะเหมือนกับ Mega Bangna บ้านเรานะคะ เป็น 2 ชั้น เดินรอบเป็นวงกลม ถ้าได้ขึ้นไปชั้น 2 ของห้างจะมี section นึงที่สามารถออกไปถ่ายรูปได้ โดยด้านหลังจะเป็นวิวของเกาะ Sentosa  โดยทริปนี้แอดฯไม่ได้แวะ Sentosa นะคะ ด้านล่างก็เป็นบรรยากาศของห้างโดยรวมค่ะ

ตึกนี้ที่บอกว่าคล้ายๆพันทิพย์บ้านเรา มีร้านขายตั้งแต่แฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ซิมการ์ด ของกิน สารพัดสิ่งอย่าง

ตึกนี้ที่บอกว่าคล้ายๆพันทิพย์บ้านเรา มีร้านขายตั้งแต่แฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ซิมการ์ด ของกิน สารพัดสิ่งอย่าง เดาว่าด้านบนหน้าจะเป็นที่พักอาศัย

ซอยข้างรร. ดูดีสะอาดสะอ้าน

ซอยข้างรร. ดูดีสะอาดสะอ้าน

เดินออกจากที่พักเพื่อไป MRT China Town

เดินออกจากที่พักเพื่อไป MRT China Town

หน้าสถานี China Town

หน้าสถานี China Town

กำลังจะไป Vivo City

กำลังจะไป Vivo City

เดินทางไป Vivo City ขึ้น MRT China Town สายสีม่วงไปลง สถานี Harbour Front

เดินทางไป Vivo City ขึ้น MRT China Town สายสีม่วงไปลง สถานี Harbour Front

ออกจาก MRT สถานี Harbour Front ก็เดินตามป้ายมาเรื่อยๆ จะมีทางเชื่อมถึงห้างเลย

ออกจาก MRT สถานี Harbour Front ก็เดินตามป้ายมาเรื่อยๆ จะมีทางเชื่อมถึงห้างเลย

เรามาถูกที่แล้ว Vivo City

เรามาถูกที่แล้ว Vivo City

ขึ้นบันไดเลื่อนมา แทบพุ่งตัวเข้าใส่ Michael Kors

ขึ้นบันไดเลื่อนมา แทบพุ่งตัวเข้าใส่ Michael Kors

ป้ายร้าน TANGS เป็นร้านขายเครื่องสำอางค์ แนวๆ Watson ค่ะ

ป้ายร้าน TANGS เป็นร้านขายเครื่องสำอางค์ แนวๆ Watson ค่ะ

บริเวณลานชั้น 1 ใน Vivo City

บริเวณลานชั้น 1 ใน Vivo City

บริเวณลานชั้น 1 ใน Vivo City

บริเวณลานชั้น 1 ใน Vivo City

Zara ราคาแพงกว่าเมืองไทยจ้า

Zara ราคาแพงกว่าเมืองไทยจ้า

ถึงที่หมาย Sephora

ถึงที่หมาย Sephora

หน้าร้าน Toy R Us ที่ VIVO City

หน้าร้าน Toy R Us ที่ VIVO City

นอกระเบียงของห้าง Vivo City ส่วนด้านตรงข้ามที่เห็นจะเป็นเกาะ Sentosa ค่ะ

นอกระเบียงของห้าง Vivo City ส่วนด้านตรงข้ามที่เห็นจะเป็นเกาะ Sentosa ค่ะ

หน้าห้าง Vivo City

หน้าห้าง Vivo City

หลังจากช้อปปิ้งเสร็จก็เดินทางกลับรร.เพื่อไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่ Front Desk นะคะ ก่อนที่เราจะแวะเข้าไปเอากระเป๋าก็เดินดูร้านรวงแถบ China Town กันหน่อย ร้านส่วนใหญ่ก็จะเป็นขายของฝาก เสื้อผ้า ให้ชาวต่างชาติ คหสต.ก็เฉยๆ เหมือนตามสำเพ็งแถวบ้านเรานะคะ เดินถ่ายรูปสักพักก็ไปรับกระเป๋า แล้วเดินทางมุ่งหน้าไป Changi Airport

China Town - ตรงนี้เป็นเหมือนสามแยก คนเยอะดี

China Town – ตรงนี้เป็นเหมือนสามแยก คนเยอะดี

ร้านค้าย่าน China Town แดงไปหมด

ร้านค้าย่าน China Town แดงไปหมด

ร้านน้ำหอมใน China Town

ร้านน้ำหอมใน China Town

ร้านขายของ Souvenir

ร้านขายของ Souvenir เสื้อ 2 ตัว 5 sgd

บรรยากาศใน China Town

บรรยากาศใน China Town มีฟรี WIFI ด้วย

ขออีกภาพน่ะ

ขออีกภาพน่ะ

ในที่สุดก็ได้ภาพโคมยาวๆ

ในที่สุดก็ได้ภาพโคมยาวๆ

ร้านหมูแผ่นชื่อดัง Bee Heng Chiang (อยู่ติดกับรร.Porcelain ที่แอดฯพักเลย)

ร้านหมูแผ่นชื่อดัง Bee Heng Chiang (อยู่ติดกับรร.Porcelain ที่แอดฯพักเลย)

Bee Cheng Hiang หมูแผ่นสิงค์โปร์ รสชาดเหมือนกุนเชียง หวานกว่า มีรสดั้งเดิมกับรสเผ็ด

Bee Cheng Hiang หมูแผ่นสิงค์โปร์ รสชาดเหมือนกุนเชียง หวานกว่า มีรสดั้งเดิมกับรสเผ็ด

ออกจากรร.เวลาประมาณ 4.30PM เวลาสิงค์โปร์ ก็แวะกินมื้อเย็นกันตัวแอดฯ กินข้าวมันไก่ซีอิ๊วเห็นมันแปลกดี แล้วก็ต่อด้วย Starbucks Mango Banana Frappuchino เป็น Seasonal Menu ราคา7 sgd ก็ตกประมาณแก้วละ 180 บาท ก็ราคามาตรฐานนะคะ ส่วนผสมแอบเห็นคือเอากล้วยหอม 1 ใบใหญ่ตามด้วย Mango Concentrate ¼ แก้ว และนมปั่นๆรวมกัน รสชาดก็โอเคค่ะ เปรี้ยวๆมีกลิ่นกล้วย แปลกดี หลังจากอิ่มข้าวและก็เดินเล่นดูราคาเครื่องสำอางค์ใน Duty Free ของไม่ได้ถูกกว่าเมืองไทยนะคะ พอๆกันบางอย่างแพงกว่าด้วยซ้ำ เลยคิดว่าจะกลับมาดูที่เมืองไทยดีกว่า

ใน Changi Airport

ใน Changi Airport

Burberry ใน Changi Airport

Burberry ใน Changi Airport

Marc by Marc Jacob ใน Changi Airport

Marc by Marc Jacobs ใน Changi Airport

The Cocoa Trees ขายสารพัดสิ่งอย่างที่เป็น Chocolate

The Cocoa Trees ขายสารพัดสิ่งอย่างที่เป็น Chocolate

Tory Burch ใน Changi Airport

Tory Burch ใน Changi Airport

ข้าวมันไก่ซีอิ๊ว ใน Changi Airport

ข้าวมันไก่ซีอิ๊ว ใน Changi Airport ราคาถ้าจำไม่ผิดหน้าจะจานละ 4 sgd

Starbucks ใน Changi Airport

Starbucks ใน Changi Airport

Mango Banana Frappuchino เป็น Seasonal Menu ของสิงค์โปร์ ณ.ตอนนี้

Mango Banana Frappuchino เป็น Seasonal Menu ของสิงค์โปร์ ณ.ตอนนี้

พอได้เวลาออกเดินทางก็แอบแชะภาพเครื่องบินก่อนกลับซะหน่อย เป็น Trip ที่สั้นและสนองความอยากจริงๆ แล้วก็มีประสบการณ์อะไรใหม่ๆ ดี ช่วงที่ถ่ายภาพเครื่องบินท้องฟ้าอึมมากๆ ภาพเลยไม่ค่อยสวยเท่าไร ในใจหวังว่าจะได้นั่งเครื่อง Taylor Swift กลับ กลายเป็นเครื่องธรรมดา ไม่เห็นเครื่องน้องเทย์สักลำเลย สงสัยต้องไปดูที่มาเลเซีย แหะๆ

Taylor with her singature Air Asia airplane.

Taylor with her singature Air Asia airplane.

ก่อนกลับขอแชะภาพซะหน่อย

ก่อนกลับขอแชะภาพซะหน่อย

เครื่อง Air Asia เสียใจไม่เจอเครื่อง Air Asia ที่เป็นรูป Taylor Swift

เสียดายไม่เจอเครื่อง Air Asia ที่เป็นรูป Taylor Swift

เราจะกลับเครื่องลำนี้กัน

เราจะกลับเครื่องลำนี้กัน

เค้ามีเสิร์ฟ ข้าวเหนียวมะม่วงด้วย

เค้ามีเสิร์ฟ ข้าวเหนียวมะม่วงด้วย

หวังว่าเพื่อนๆคงจะรู้สึกสนุกไปกับแอดฯนะคะ รวม Trip นี้ก็เขียนถึง 4 blogs กันเลย รู้สึกว่าจะเป็น Blog ที่ยาวสุดแล้วมั้งที่แอดฯเขียนมา ในคราวหน้าถ้ามีโอกาสได้เดินทางจะพยายามเก็บรายละเอียดเยอะกว่านี้ค่ะ แล้วเจอกันใหม่ Blog หน้าค่ะ บายบาย

>>>> อ่านต่อ #ตอน 1 Taylor Swift Red Tour Live in Bangkok 2014

>>>> อ่านต่อ #ตอน 2 เดินทางมาดู Red Tour ที่ประเทศสิงค์โปร์

>>>> อ่านต่อ #ตอน 3 บรรยากาศ Taylor Swift Red Tour Live in Singapore 2014

สถานที่โดยรวมภายใน Singapore Indoor Stadium จากข้อมูล wiki บอกว่าจุได้ 13,000 ที่นั่ง โดยถ้าเทียบกับ Impact Arena เมืองทองธานีซึ่งบอกว่าจุได้ 13,000 คนนั้น คหสต.มองว่า ของ Singapore Indoor Stadium เล็กกว่านะคะ เพราะนับดูจำนวนแล้วไม่น่าถึงแล้วตรงที่แอดฯนั่งก็ใกล้เวทีมากๆ ส่วนอัฐจรรย์ก็ไม่สูงเหมือนของทาง Impact  โดยคอนฯเริ่มเล่นก็เกือบสองทุ่มกว่าๆค่ะ เปิดตัวด้วยวงดนตรีที่ประกวดชนะเล่นแนว Pop Acoustic เป็นผู้ชาย 3 คน ชื่อวง Imprompt-3 เจ๋งกว่าของเมืองไทยที่ชนะการประกวดเวที Cornetto นะคะ เพราะส่วนตัวชอบแนวดนตรีแบบเสียงสดๆ ไม่ต้อง synthesize มากมาย

มีเปิด Clip ให้ดูก่อนเรียกน้ำย่อยค่ะ

มีเปิด Clip ให้ดูก่อนเรียกน้ำย่อยค่ะ

โซนที่นั่งแอดมินเอง ขอบอกว่าใกล้เวทีมาก

โซนที่นั่งแอดมินเอง ขอบอกว่าใกล้เวทีมาก

คนทยอยมาเกือบเต็ม ยังไงก็เล็กกว่า Impact Arena เมืองทอง

คนทยอยมาเกือบเต็ม ยังไงก็เล็กกว่า Impact Arena เมืองทองธานี

วงเปิดจากสิงค์โปร Imprompt-3

วงเปิดจากสิงค์โปร์ Imprompt-3

นางจะมาหลังม่านแดงนี่ล่ะ

นางจะมาหลังม่านแดงนี่ล่ะ

เริ่มแล้ว Red Tour

เริ่มแล้ว Red Tour

Taylor เปิดตัวหลังม่านสีแดงด้วยเพลง State of Grace ต่อด้วย Holy Ground และ theme สีแดงทั้งเวทีด้วยเพลง Red ตามต่อด้วย Introduction Video ย้อนยุค พร้อมกับเพลง The Lucky One หลังจากนั้นนางก็หยิบ Banjo เดินมาหน้าเวที เล่าเรื่องราวว่าที่แต่งเพลงนี้เพราะตอนเด็กๆเธอโดนแกล้งบ้างอะไรบ้าง แต่ด้วยความมุ่งมั่นในสิ่งที่รักเธอถึงมีทุกวันนี้ แล้วก็มอบเพลงนี้เป็นกำลังใจให้แฟนเพลงด้วยเพลงชื่อว่า Mean ต่อจากนั้นเป็น Video clip ที่ไล่เรียงตั้งแต่เธออายุ 1 – 22 ปี และเริ่มเพลงชื่อว่า 22  ในช่วงกลางเพลงนางและ Dancer ก็เดินลงจาก Main Stage ไปยัง Stage B และจับกีต้าร์เล่น Acoustic Version เพลง You belong with me ต่อด้วย Tears drop on my guitar (เพลงนี้กรี๊ดๆ ไม่คิดว่าจะเล่น) ตามต่อด้วย Spark Fly แบบ Acoustic ครึ่งเพลงและแบบ Full version กลางเพลงแล้วก็เดินกลับ Main Stage

เฮ้ย...มันใกล้อ่ะ ตัวเป็นๆ

เฮ้ย…มันใกล้อ่ะ ตัวเป็นๆ

เพลงแรกจาก State of Grace ต่อด้วย Holy Ground

เพลงแรกจาก State of Grace ต่อด้วย Holy Ground

นางกำลังเล่าเรื่องราวและแรงบรรดาลใจในการแต่งเพลง Mean

นางกำลังเล่าเรื่องราวและแรงบรรดาลใจในการแต่งเพลง Mean

น่ารัก

น่ารัก

ตอนนี้แอดฯกำลังเคลิ้มเลย

ตอนนี้แอดฯกำลังเคลิ้มเลย

เริ่มเพลง 22

เริ่มเพลง 22

เพลง 22 กับ Dancer

เพลง 22 กับ Dancer

กำลังเดินไป Stage B

กำลังเดินไป Stage B

จัดไปกับ Acoustic 3 เพลงรวด

จัดไปกับ Acoustic 3 เพลงรวด

จัดไปกับ Acoustic 3 เพลงรวด

จัดไปกับ Acoustic 3 เพลงรวด

หลังจากนั้นนางเล่นเพลง I knew you were trouble ด้วยชุดขาวกรุยกราย แต่ที่เด็ดคือมีสลัดผ้าออกช่วงกลางเพลง แปลงร่างกลายเป็นสาวชุดดำสุดเปรี้ยวตาม concept ของเพลงค่ะ ต่อด้วยเพลง All too well ซึ่งนางเล่นเพลงนี้ด้วยเปียโน ซึ่งเพลงนี้มีความหมายกับนางมาก เพราะหลายๆเวทีที่นางไปเล่นเพลงนี้ นางจะอินจัดร้องไห้มาหลายประเทศแล้ว รู้มาว่าเพลงนี้แต่งให้กับแฟนเก่านาย Jake Gyllenhaal (ซึ่งนางโดนบอกเลิกแบบไม่ทันตั้งตัวนะคะ) รู้มาว่า Jake ยังไม่ลืมแฟนเก่าคือ Reese Witherspoon ได้อ่ะค่ะเลยขอบอกเลิกนาง หลังจากนั้นต่อด้วยเพลง Love Story กับ Dancer สุดหล่อล่ำและปิดท้ายอย่างอลังการด้วยเพลง We are never ever getting back together  ประทับใจสุดๆเลยค่ะ ถือว่าคุ้มค่ากับที่ลงทุนและรอคอยมานาน นางเป็น Best Entertainer of the Year จริงๆ

All Too Well ด้วยเปียโน

All Too Well ด้วยเปียโน

All Too Well ด้วยเปียโน

All Too Well ด้วยเปียโน

We are never ever getting back together

We are never ever getting back together

เพลงสุดท้ายสินะ

เพลงสุดท้ายสินะ

We are never ever getting back together

We are never ever getting back together

IMG_3365

Taylor & ทีม ปิดฉาก Red Tour อย่างน่าประทับใจที่สุด

อยากจะพูดถึง Concert Crowd หรือคนเข้าชมคอนฯ ระหว่างคนไทยกับคนสิงค์โปร์ ส่วนตัวมองว่าถ้าเลือกได้มาดูเมืองไทยเถอะค่ะ เพราะคนสิงค์โปร์เป็นอะไรที่ดูคอนฯไม่ค่อยสุดอ่ะค่ะ คือเสื้อผ้า ป้ายไฟ จัดเต็มแบบถึงขนาดแต่งตัวเป็น Mascot แมวกันเลยทีเดียว (เทย์เลอร์ชอบแมวค่ะ) แต่เวลาดูคอนฯคนสิงค์โปร์จะนิ่งๆ ไม่ค่อย Dance อะไรมากมายเหมือนคนไทย เหมือนมาดูโชว์อะไรเทือกนั้น ซึ่งคอนฯแบบนี้มันเป็นอะไรที่ปลดปล่อยความสนุกนะ คหสต.มองว่ามันก็ควรจะเต็มที่แบบที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น เพราะศิลปินเค้าก็อยากให้คนดูรู้สึกสนุกสุดเหวี่ยงไปกับโชว์ที่เค้าแสดงถูกไม๊คะ

หลังจากคอนฯเลิกก็ประมาณเกือบๆ 5 ทุ่มค่ะ เราก็หวั่นใจว่า MRT ปิดให้บริการเที่ยงคืนจะทันไม๊เนี่ย ก็โชคดีที่ทันรอบก่อนเที่ยงคืนนะคะ ช่วงประตูหน้า MRT สถานี Stadium ก็มีจนท.มาคอยให้บริการเพิ่มเป็นพิเศษค่ะ หลังจากที่เหนื่อยกับการ Dance ก็ถึงเวลาเติมพลังงาน (ณ.เที่ยงคืน) คือไม่ได้กลัวอ้วนอะไรแล้วนะคะ มันเหนี่อยและหิวค่ะ เลยเข้าร้าน Cheers เป็นร้าน Convenient Store ติดกับรร. ซื้อมาม่ามาสองแบบคือรสต้มยำกุ้งมังกรกับรสแกงกะหรี่น่องไก่ รสชาดพอกินได้ไม่ค่อยอร่อยมากเท่าไร

มาม่าถ้วยยี่ห้อ Myojo

มาม่าถ้วยยี่ห้อ Myojo

 

>>>> อ่านต่อ #ตอน 4 ช้อปปิ้ง China Town, Vivo City, และเดินทางกลับประเทศไทย

>>>> อ่านต่อ #ตอน 1 Taylor Swift Red Tour Live in Bangkok 2014

>>>> อ่านต่อ #ตอน 2 เดินทางมาดู Red Tour ที่ประเทศสิงค์โปร์

เมื่อเครื่อง Landing ถึง Changi Airport ก็ยังไม่ถึงเวลา check in ที่รร.เราเลยตัดสินใจกันว่าจะไปเดินเที่ยวกันก่อน เลยนั่ง MRT จากสนามบินไปที่สถานี Marina Bay เพื่อเดินดูบรรยากาศ (ร้อนๆ) แถวนั้น ก็เป็นย่านธุรกิจนะคะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวหลงมาเดินเท่าไร

อยู่เหนือเมฆจ้า

อยู่เหนือเมฆจ้า

ขึ้นเครื่องมาก็เจอนาง

ขึ้นเครื่องมาก็เจอนาง

ออกมาก็เจอ Starbucks

ออกมาก็เจอ Starbucks

ลงเครื่องที่ Terminal 1 กำลังจะต่อไป Terminal 2 เพื่อต่อ MRT

ลงเครื่องที่ Terminal 1 กำลังจะต่อไป Terminal 2 เพื่อต่อ MRT

เวลาทำการของรถ sky train ที่สนามบิน

เวลาทำการของรถ sky train ที่สนามบิน

หลังจากนั่งรถมาถึง Terminal 2 ก็เดินตามทางลงบันไดเลื่อนเพื่อเข้าสู่ MRT

หลังจากนั่งรถมาถึง Terminal 2 ก็เดินตามทางลงบันไดเลื่อนเพื่อเข้าสู่ MRT

ด้านล่างเป็นภาพบางส่วนที่ไปเดินเที่ยวก่อนเข้ารร.เช็คอิน

City View ใน Marina Bay

City View ใน Marina Bay

City View ใน Marina Bay

City View ใน Marina Bay

ตึก DBS Bank

ตึก DBS Bank

การจราจรย่านธรุกิจ

การจราจรย่านธรุกิจ

ตึก Citibank

ตึก Citibank

Concrete Jungle

Concrete Jungle

Concrete Jungle

Concrete Jungle

Sky Bridge ตรงหน้า The Fullerton

Sky Bridge ตรงหน้า The Fullerton

Bar ข้างๆ สงสัยว่ากลางคืนคงมีคนมานั่งดูวิวเยอะนะ

Bar ข้างๆ สงสัยว่ากลางคืนคงมีคนมานั่งดูวิวเยอะนะ

กำลังเดินไปหาสิงโตทะเล

กำลังเดินไปหาสิงโตทะเล

ทางเดินเพื่อไป Merlion

ทางเดินเพื่อไป Merlion

Sky Bridge Singapore เป็นอีกวิวหลังจากเดินมาจากสถานี Marina Bay

Sky Bridge Singapore เป็นอีกวิวหลังจากเดินมาจากสถานี Marina Bay

พอเดินไปสักพักก็ถึง Merlion และก็เดินข้ามสะพานมาทาง The Esplanade เพื่อที่จะเข้า MRT ไปสถานี China Town ใต้ทางเดินก่อนถึง MRT ใต้ดินจะเป็น Citylink มีร้านรวงเหมือนห้าง

Merlion Singapore

Merlion Singapore

Snack Bar Corner เดินถัดมาจาก Merlion เล็กน้อย สามารถนั่งพักผ่อนดื่มน้ำได้

Snack Bar Corner เดินถัดมาจาก Merlion เล็กน้อย สามารถนั่งพักผ่อนกินขนม

กำลังจะข้ามสะพานเพื่อไป The Esplanade

กำลังจะข้ามสะพานเพื่อไป The Esplanade สังเกตุขวาล่างเหมือนจะสร้างสะพานเชื่อมจาก Merlion ไปที่ The Esplanade

ภาพจากอีกมุมบนสะพาน

ภาพจากอีกมุมบนสะพาน

The Esplanade ทุเรียนลูกโต

The Esplanade ทุเรียนลูกโต

บริเวณหน้า The Esplanade

บริเวณหน้า The Esplanade

บริเวณหน้า The Esplanade

บริเวณหน้า The Esplanade

ลงมาจากทางเข้า MRT หน้า The Esplanade เพื่อเดินสู่ City Link

ลงมาจากทางเข้า MRT หน้า The Esplanade เพื่อเดินสู่ City Link

ภายใน City Link มีร้านในช้อปด้วย

ภายใน City Link มีร้านในช้อปด้วย

แอบเจอ Garrette Popcorn ด้วยแต่ไม่ซื้อเพราะเมืองไทยก็มีนะ แหะๆ

ร้าน Garrette Popcorn ใน City Link

ร้าน Garrette Popcorn ใน City Link

พอขึ้นมาถึง China town บริเวณรอบๆก็ดูเหมือนเยาวราชแต่มันจะดูสะอาดและเป็นระเบียบมากกว่า คนไม่เยอะเท่าเยาวราชบ้านเรา รูปด้านล่างก็จะเป็นบริเวณโดยรอบของที่พักย่าน China Town รวมถึงห้องพักค่ะ

เมื่อขึ้นมาจากสถานี China Town เลี้ยวซ้ายจะเจอร้าน Casanova ด้านขวามือ (เป็นร้าน Sex Shop จ้า)

เมื่อขึ้นมาจากสถานี China Town เลี้ยวซ้ายจะเจอร้าน Casanova ด้านขวามือ (เป็นร้าน Sex Shop จ้า)

เดินมาเรื่อยๆ ก็เจอร้านขายหมูแผ่น แถบ China Town มีหลายร้านมากๆ

เดินมาเรื่อยๆ ก็เจอร้านขายหมูแผ่น แถบ China Town มีหลายร้านมากๆ

ฝั่งตรงข้ามกับซอยโรงแรมที่พัก

ฝั่งตรงข้ามกับซอยโรงแรมที่พัก

นี่คือโรงแรมที่พักค่ะ Porcelain ตึกตรงกลางสีขาวๆ ฟ้าๆ อยู่ถัดจากร้านหมูแผ่นชื่อดัง

นี่คือโรงแรมที่พักค่ะ Porcelain ตึกตรงกลางสีขาวๆ ฟ้าๆ อยู่ถัดจากร้านหมูแผ่นชื่อดัง Bee Cheng Hiang

ห้องพัก Porcelain Hotel (credit ภาพจาก hotel.elong.com)

ห้องพัก Porcelain Hotel (credit ภาพจาก hotel.elong.com)

ห้องน้ำอีกมุม

ห้องน้ำอีกมุม

ห้องอาบน้ำ พร้อม Overhead Shower

ห้องอาบน้ำ พร้อม Overhead Shower

ราคาที่จองไว้ 1 คืน

ราคาที่จองไว้ 1 คืน

หลังจาก check in เก็บของเตรียมตัวเพื่อจะไปดูคอนฯ ที่ Singapore Indoor Stadium เราก็แวะทานข้าวกันก่อนโดยข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามของรร.จะเป็นเหมือนห้างแต่มันจะเป็นห้างแบบพันธุ์ทิพย์บ้านเราคือเป็นร้านล๊อกๆเยอะๆมีขายทุกอย่างตั้งแต่ของฝากยันเครื่องใช้ไฟฟ้า มือถือ พร้อมกับมี 7/11 ใหญ่มากติดกัน ด้านหลังจะมีเหมือนฟู้ดคอร์ท ซึ่งขอบอกก่อนว่ามันไม่เหมือนฟู้ดคอร์ทที่เมืองไทยเลย ที่มาตรงนี้เพราะว่าราคาไม่แพงและคุณแฟนบอกว่าถ้าอยู่หลายวันก็ต้องกินที่นี่แร่ะเพราะมันถูกกว่าตามห้าง เลยพามาให้ดูว่าสภาพเป็นยังไง โดยรวมคนที่มาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นคนจีนทั้งหมดมีหลายอายุ คุยกันเสียงดัง เป็นร้านบริการตนเอง คนขายพูดอังกฤษไม่ได้ ส่งภาษาจีนใส่ โต๊ะที่นั่งสกปรก ส่วนในภาพเป็นเมนูที่แอดฯสั่ง เป็นเหมือนราเมงแต่ที่นี่เรียก Noodle โรยหน้าด้วยปลาแห้ง และตามด้วยเกี๊ยวทอด (Pork Dumpling) รสชาดก็พอกินได้แต่มันจืดอ่ะ ใจก็อยากสั่งต้มยำแต่แหมมาสิงค์โปร์กินต้มยำ มันก็คงไม่อร่อยเท่าเมืองไทยหรอกนะ ส่วนคุณแฟนสั่งข้าวไก่ทอดไข่ดาว (ไม่ได้ถ่ายรูปชัดๆมานะคะ) ราคาเมนูละ 3 sgd เท่ากันมีเกี๊ยวทอดที่ 4 sgd ค่ะ

ก๊วยเตี๋ยวโรยหน้าปลาแห้ง

ก๊วยเตี๋ยวโรยหน้าปลาแห้ง

เกี๊ยวทอด Pork Dumpling

เกี๊ยวทอด Pork Dumpling

บรรยากาศหน้าร้านที่ซื้อ

บรรยากาศหน้าร้านที่ซื้อ

หลังจากอิ่มกันแล้วก็ออกเดินทางจากสถานี China Town ปลายทาง สถานี Stadium ซึ่งเราต้องเปลี่ยนจาก MRT สายสีม่วงเป็น MRT สายสีเหลืองที่สถานี Dhoby Ghaut (โดบี้ โก๊ท) พอลงจากสถานี Stadium ก็เดินออกมาตามทางเรื่อยๆจะเจอลานจอดรถด้านหน้าและเยื้องไปทางขวาจะมองเห็นบันไดเลื่อน ตรงนั้นจะเป็นทางขึ้นเพื่อเข้า Stadium

เส้นทางจากสถานี China Town - สถานี Stadium

เส้นทางจากสถานี China Town – สถานี Stadium โดยใช้ MRT สายสีม่วงไปต่อสายสีเหลือง

ทางเข้า Stadium โดย Box Office สำหรับออกตั๋วจะอยู่ถัดไปทางด้านซ้ายมือ

ทางเข้า Stadium โดย Box Office สำหรับออกตั๋วจะอยู่ถัดไปทางด้านซ้ายมือ

ทีนี้เราต้องไปรับตั๋วคอนฯกันก่อน โดยถ้าปกติสั่งผ่านทาง sporthubtix.com จะมารับตั๋วจริงที่ Box office ด้านล่างซึ่งจะอยู่ด้านซ้ายของทางบันไดเลื่อนในภาพนะคะ (ต้องขออภัยที่เก็บภาพมาให้ไม่หมด) จะมีบอกว่าเป็น Box office เพื่อรับตั๋ว แต่ในกรณีของคนไทยที่ซื้อตั๋วผ่าน TTM เค้าตั้งโต๊ะต่างหากโดยจนท.คนไทย ซึ่งเค้าระบุว่าเปิดแลกเวลา 16:00-18:00 เท่านั้น คอนฯแสดง 19:30 หลังจากรับตั๋วเสร็จก็เดินรอบๆงาน คิดว่าจะมีจัด event และของกินเหมือนๆกับบ้านเรา เท่าที่เห็นก็มีซุ้มขาย Merchandise สองจุดคือด้านล่างก่อนขึ้นบันไดเลื่อนกับหน้าประตูอีกจุดนึง แล้วก็มีซุ้มแจกคอนเนตโต้กับโตโยต้า ที่เป็น sponser หลักจัดให้ถ่ายรูปติด hashtag แล้ว post ลงใน social media อะไรประมาณนั้น

ตั๋ว Taylor Swift Red Tour Live in Singapore 2014 (สู้ไทยไม่ได้เลยเป็นกระดาษ)

ตั๋ว Taylor Swift Red Tour Live in Singapore 2014 (สู้ไทยไม่ได้เลยเป็นกระดาษ)

Official Red Tour T-Shirt ราคา 40 หรือ 50 sgd นี่ล่ะค่ะจำได้ว่าคิดเป็นเงินไทยพันกว่าบาท

Official Red Tour T-Shirt ราคา 40 หรือ 50 sgd นี่ล่ะค่ะจำได้ว่าคิดเป็นเงินไทยพันกว่าบาท

Official Red Tour T-Shirt ยังพิมพ์ Bangkok ด้วยน้า

Official Red Tour T-Shirt ยังพิมพ์ Bangkok ด้วยน้า

ซุ้มขาย Official Merchandise

ซุ้มขาย Official Merchandise

prop จาก Cornetto

prop จาก Cornetto

เล่นเกมแลกของรางวัลเป็น iPhone Amplifier

เล่นเกมแลกของรางวัลเป็น iPhone Amplifier

ถ่ายจากมุมสูงหน้า Stadium ฝั่ง North

ถ่ายจากมุมสูงหน้า Stadium ฝั่ง North

เล่นเกมแจกไอศรีม

เล่นเกมแจกไอศรีม

ในบริเวณนั้นมี 7/11 แต่เดินย้อนไปทางเข้า MRT และเป็นsevenร้างปิดไปแล้ว และตอนนั้นแอดฯหิวน้ำมาก ไม่มีน้ำขายเลยรวมถึงห้องน้ำหายากมากๆ พอประตูเปิดเข้าไปใน Stadium ก็จะมี Concierge ขายน้ำ เบียร์ Hotdogs และห้องน้ำ คือแทบตายน่ะค่ะ ที่อิมแพคบ้านเราดีกว่าเยอะมากๆ คือเค้าทำเหมือนที่อเมริกาเวลาจัดพวก football game หรือ basketball game ก็จะมีขายพวกนี้ด้านหน้าก่อนเข้าอะไรประมาณนั้น เกือบลืมบอกไปว่าที่สิงค์โปร์เอากล้องเข้าได้ แต่แอดฯไม่แน่ใจว่าเอาตัวที่เป็น Mirrorless เข้าได้หรือเปล่าเลยเอากล้อง Compact ไปแทนค่ะ เสียใจอ่ะ เห็นคนไทยขนกล้องใหญ่ไปเพียบ บอกเป็นข้อมูลไว้เผื่อใครจะไปดูคอนฯที่นั่นนะคะ

 

>>>> อ่านต่อ #ตอน 3 บรรยากาศ Taylor Swift Red Tour Live in Singapore 2014

Search

Categories

Recent Posts

Recent Comments